Messages
Topic:
มีศีลงาม - ธรรมงาม - ปัญญางาม ก็เป็นเกพลี !
ภิกษุ ท.! ภิกษุผู้มีกัลยาณศีล มีกัลยาณธรรม มีกัลยาณปัญญา
เรากล่าวว่าเป็น เกพลี อยู่จบพรหมจรรย์ เป็นอุตตมบุรุษ ในธรรมวินัยนี้.
ภิกษุ ท.! ภิกษุเป็นผู้มีกัลยาณศีล เป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท.!
ภิกษุในกรณีนี้ เป็นผู้มีศีล สำ รวมด้วยการสำ รวมในปาติโมกข์ ถึงพร้อมด้วย
มรรยาทและโคจร มีปกติเห็นเป็นภัยในโทษทั้งหลายแม้มีประมาณเล็กน้อย
สมาทานศึกษาในสิกขาบททั้งหลาย อยู่. ภิกษุ ท. ! อย่างนี้แล เรียกว่า
ภิกษุเป็นผู้มีกัลยาณศีล. ด้วยอาการเพียงเท่านี้แล ชื่อว่ามีกัลยาณศีล.
ภิกษุ ท.! ภิกษุเป็นผู้มีกัลยาณธรรม เป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท.!
ภิกษุในกรณีนี้ เป็นผู้ตามประกอบซึ่งความเพียรในการเจริญโพธิปักขิยธรรม
๓๗ ประการอยู่. ภิกษุ ท.! อย่างนี้แล เรียกว่า ภิกษุเป็นผู้มีกัลยาณ ธรรม.
ด้วยอาการเพียงเท่านี้แล ชื่อว่ามีกัลยาณศีล มีกัลยาณธรรม.
ภิกษุ ท.! ภิกษุเป็นผู้มีกัลยาณปัญญา เป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท.!
ภิกษุในกรณีนี้ กระทำให้แจ้ง ซึ่งเจโตวิมุตติปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้
เพราะความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในทิฏฐธรรมนี้
เข้าถึงแล้วแลอยู่. ภิกษุ ท.! อย่างนี้แล เรียกว่า ภิกษุเป็นผู้มีกัลยาณปัญญา.
ด้วยอาการอย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่ามีกัลยาณศีล มีกัลยาณธรรม มีกัลยาณปัญญา;
เราเรียกว่า เป็นเกพลี อยู่จบพรหมจรรย์ เป็นอุตตมบุรุษ ในธรรมวินัยนี้.
- อิติวุ. ขุ. ๒๕/๓๐๓/๒๗๗.
(คำ ว่า เกพลี เป็นคำ โบราณ มีความสำ คัญ ใช้พูดกันทั่วไป เช่นเดียวกับคำ ว่า
อรหันต์ ; มาบัดนี้เราไม่ได้ยินคำ นี้ เพราะไม่นำ มาใช้ ถ้านำ มาใช้ก็แปลให้มีความหมายเป็น
อย่างใดอย่างหนึ่งไป จนหมดความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช้คำว่าเกพลี จึงไม่ชินหูเหมือนคำว่าอรหันต์.
ขอให้เราใช้คำว่า เกพลี นี้ให้ติดปาก ให้ชินหู ก็จะได้มีคำสำคัญใช้กันมากขึ้นกว้างขวางออกไป
ในฐานะเป็นเครื่องเตือนใจ.
ผู้รวบรวมมีความเห็นว่า ศีลงาม - ธรรมงาม - ปัญญางาม ก็คืออริยอัฏฐังคิกมรรค
นั่นเอง ผลแห่งอริยอัฏฐังคิกมรรคคือความเป็นเกพลี จึงนำข้อความนี้มารวมไว้ในหมวดนี้).
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
Nov 2
12:33 AM