Messages
Topic:
บุคคลจะเข้าสู่โลกุตตรภูมิได้อย่างไร?
สวัสดี เพื่อนๆ สมาชิกในกลุ่มพระไตรปิฏก
เช่นนั้น เชิญชวนเพื่อนๆ มาร่วมในธรรมะเสวนา เพื่อเกิดปัญญาในธรรม กันครับ
บุคคล ธรรมดา หรือภิกษุผู้เข้าสู่ร่มกาสวพัตร์ ถ้าเป็นผู้ที่ใคร่จะไปเสีย พ้นเสีย จากความทุกข์ ก็มุ่งสุ่โลกุตตระภูมิกัน เพื่อเจริญปัญญาให้เกิดแก่บุคคลนั้น เพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบ
เมื่อเป็นอย่างนั้น "บุคคลจะเข้าสู่โลกุตตรภูมิ" ได้อย่างไร?
Oct 1
12:06 PM
อนุโมทนา กับกระทู้พี่เช่นนั้นค่ะ ^__^
พระพุทธองค์ พระผู้รู้แจ้งโลก
ได้พบ เส้นทางที่เมื่อออกเดินจนสุดทางจะหลุดจากทุกข์ได้อย่างสิ้นเชิง และได้เผยแผ่ให้เหล่าสัตว์ผู้ตกทุกข์ได้ปลดเปลื้องทุกข์ด้วยตัวเอง
คือ ทางเดินแห่ง ศีล สมาธิ ปัญญา หรือทางแห่ง มรรคมีองค์ 8
>>>> ซึ่งก็คือ การเจริญมหาสติปัฏฐาน4 คือเส้นทางสู่ "โลกุตตรธรรม"
อันสมบูรณ์
Oct 2
5:20 AM
"อุทพินฺทุ ยถาปิ โปกฺขเร
ปทุเม วาริ ยถา น ลิปฺปติ
เอวํ มุนิ โนปลิปฺปติ
ยทิทํ ทิฏฺฐสุตํ มุเตสุ วา."
"หยาดแห่งน้ำย่อมไม่ติดในใบบัว แม้ฉันใด วารีย่อมไม่กำซาบในดอกปทุม ฉันใด
มุนี ย่อมไม่เข้าไปติดในอารมณ์ อันเห็นแล้วก็ดี อันฟังแล้วก็ดี อันทราบแล้วก็ดี ฉันนั้น.
ผู้ดำเนินเข้าถึงความสงบ(สันติ) แห่งโลกิยะภูมิ มีพระบาลีว่า..
"น หิ รุณฺเณณ โสเกนะ สนฺตึ ปปฺโปติ เจตโส."
"บุคคลย่อมเข้าถึงความสงบแห่งจิต ด้วยร้องให้ ด้วยเศร้าโศก ก้หาไม่." (โปรดระวังจิตไปจับอารมณ์สงบว่าไม่มีกิเลส)
สงบเพราะการเจริญปัญญาชอบแล้ว เป็นสงบ(สันติ)แห่งโลกุตระมีพระบาลีว่า..
"โลกามิสํ ปชเห สนฺติเปกฺโข."
"ผู้เพ่งสันติพึงละโลกามิสเสีย"
...จาก..พระไตรปิฎก ขุ.สุ.๒๕/๔๙๓ , สํ.ส. ๑๕/๓. ๗๗. ๙๑.
................................................................
*จงอย่าแบกหรือทูน"โลกกิยะภูมิ" ไว้บนศรีษะ
แต่จงเหยียบโลกิยะภูมิไว้ใต้อุ้งเท้า แล้วก้าวย่างไป
พ้นโลกิยะภูมิ จะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก โลกุตรภูมิ
เจริญพร
Oct 2
6:41 AM
นมัสการท่าน DhammaDhura Dachochai
สวัสดีครับ คุณวิสาขา
เมื่อบุคคล เห็นว่าการ เจริญมัคคภาวนา ด้วยมหาสติปัฏฐาน 4 เพื่อเป็นการไม่ แบก หรือทูน โลกียภูมิ เพื่อเข้าเข้าสู่โลกุตตระภูมิ
บุคคลธรรมดาผู้เจริญธรรม ก็ย่อมพิจารณาเห็น ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ ความไม่ใชตน ของตน
พระเสขะ หรือพระอเสขะ ก็ย่อมพิจารณาเห็น ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ ความไม่ใช่ตน ของตน
ก็บุคคล สามทั้งสามประเภท ล้วนแล้วแต่ เข้าถึงโลกุตตระภูมิ เหมือนกัน หรือมีเพียงเสขะบุคคลและอเสขะบุคคล เท่านั้นพึงเข้าถึงโลกุตตระภูมิ
Oct 2
11:02 PM
เจริญพร..
"โลกุตรภูมิ" นั้นตามความเข้าใจแห่งอาตมา
เข้าใจว่าเป็นภูมิแห่งเสขะบุคคล(ยังไม่ถึงอรหัตตผล)
ส่วนอเสขะบุคคลถ้าหมายถึงอรหัตผลตราบที่ยังไม่เข้าสู่นิพพานธาตุดับขันธ์
ก็ยังคงทรงโลกุตรภูมิอยู่ ตราบที่ขันธ์ยังทรงอยู่แม้ดับกิเลสสิ้นแล้ว
หรือมีที่บ่งชี้ชัดเจนในเรื่องนี้ก็ยกมาแสดงเป็นธรรมทานเถิด.
Oct 3
6:53 AM
นมัสการท่าน DhammaDhura Dachochai
ยินดีครับ ได้สนทนากัน
พระสัทธรรม ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสสอน ก็เพื่อให้บุคคล ตั้งอยู่ในโลกุตตรภูมิ เพื่อเข้าถึงความเป็นอริยะบุคคล ทั้ง 4 ประการ เพื่อความพ้นจากสังสารวัฏฏ์
ก็จะเสวนากันไปเรื่อยๆ ครับ เพื่อความเจริญแห่งปัญญาในธรรม
เช่นนั้น ขอแสดงความรู้จากการศึกษา เพื่อนำมาแบ่งปันต่อดังนี้ก่อนครับ
ภพ และภูมิ
ภพ มี 3 ภพ คือ กามาวจรภพ รูปาวจรภพ อรูปาวจรภพ อันเป็นที่ตั้งที่อาศัยของจิต และขันธ์
ภูมิ มี 4 ภูมิ คือ กามาวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และโลกุตตระภูมิ
ซึ่งภูมิ จึงไม่ใช่ภพ แต่เป็นคุณภาพของจิต หรือลักษณะของจิตที่เป็นไป..
ข้อสังเกตุคือ ภพ และภูมิ มีจำนวนไม่เท่ากัน
เพราะฉะนั้น เพื่อความรื่นเริงในปัญญา
ท่านDhammaDhura Dachochai มีความเห็นอย่างไร เกี่ยวกับความไม่เท่ากัน ของ ภพ และภูมิ เพื่อจะทำให้เกิดการสนทนาต่อไป ว่า บุคคลจะเข้าสู่โลกุตตระภูมิ ได้อย่างไร
Oct 5
12:00 AM
เจริญพร..
ภพ นั้น เกิดขึ้นจาก"ตัณหา" เป็นตัวนำจิตเข้าสู่ ความมีความเป็นอย่างนั้น
ก็หมุนวนเสียนส่ายอยู่ในวงแห่งภพ ๓ นั้น เป็นโลกกิยะล้วน
ส่วนภูมินั้นเป็นการแบ่งแยกระดับของจิตที่ยังมีตัณหามากน้อยหนักเบา
ดังนั้น โลกกุตรภูมิ จึงเป็นภูมิที่ตั้งของจิตที่มีแต่การสลัดตัณหาเพียงถ่ายเดียว แม้ยังไม่พ้นไปแต่ก็ชื่อว่า กำลังดำเนินการอยู่ ไม่เหมือนกับ "ภพ"
ซึ่งหมายถึงการเข้าไปเป็นตามสภาพนั้นๆเลยเทียว
เจริญพร
Oct 5
1:16 AM