Title
body
 

Title
body
 
1 :: My Profile (208 views)

 
 

What is 1 doing now?

เพราะสิ่งนี้มีสิ่งนั้งจึงมี เพราะสิ่งนี้เกิดสิ่งนั้นจึงเกิด เพราะสิ่งนี้ไม่มีสิ่งนั้นจึงไม่มี เพราะสิ่งนี้ดับสิ่งนั้นจึงดับ
More than 1 month ago  ·  Comment »
 
http://t50-555.hi5.com - Send it to your friends

Birthday

September 22

Location

Thailand

Languages

Thai
Click here to remove ad!

Interests

ตอนนี้ก็สนใจในธรรมครับ

Favorite Music

ฟังได้ทุกเพลงหละครับ
 

Favorite Movies

ไม่ค่อยได้ชมหลอกครับ
 

Favorite TV Shows

ไม่มีนะ
 

Favorite Books

ก็เป็นหนังสือธรรมะ อะนะ
 

Favorite Quote

ต้นไม้ ภูเขา ดินฟ้าอากาศ ไม่ใช่กิเลส ไม่ใช่ธรรม
กิเลสแท้ ธรรมแท้ เกิดขึ้นที่ใจ
และธรรมก็ฆ่ากิเลสลงที่ใจ ด้วยจิตภาวนาด้วยเช่นกัน
พระอาจารย์ หลวงตามหาบัวญาณสัมปัญโน
 

hi5 Games

Play hi5 Games

Recently played


  • Eggz
    Scored: 5,690
    Top Score: 5,690
  • Follow Me
    Scored: 1
    Top Score: 1
 

Journal

View All 18 Entries    Add Comment

“กรรมฐานทั้งหลายกำจัดกิเลสได้ทุกประเภท ไม่ต้องเลือกว่าสูตรไหนบทไหน ทำให้จิตใจไม่เศร้าหมองได้ทั้งนั้น คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีจริงอยู่ทุกเมื่อที่ใจของเรา ผู้ปฏิบัติต้องมีสติเพ่งบริกรรมอยู่ที่เราเสมอ เดิน ยืน นั่ง นอน ทุกลมหายใจเข้าออก…”

MindJolt Games

View   

Loading application...

Snooker

View   

Loading application...

BuddyPoke!

View   

Loading application...
 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins

1 has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for 1

 
 
 
Nov 1 8:23 PM
anny says:
 
สวัสดีค่ะคุณ 1 แวะมาทักทายค่ะ
 
Oct 31 3:14 AM
Din says:
 
(3) วิธีเจริญเตโชกสิณ โยคาวจรกุลบุตรผู้มีวาสนาบารมี เคยเจริญเตโชกสินมาแล้วในชาติก่อน เพียงแต่เพ่งเปลวไฟในที่ใดที่หนึ่ง บริกรรมภาวนาว่า เตโชๆ ไฟ ๆ ดังนี้ ก็อาจได้สำเร็จอุคคหนิมิตและปฏิภาคนิมิตโดยง่าย ถ้าผู้ไม่เคยบำเพ็ญมาแต่ชาติก่อน ปรารถนาจะเจริญเตโชกสิณ พึงหาไม้แก่นที่สนดีมาตากไว้ให้แห้ง บั่นออกไว้เป็นท่อนๆ แล้วนำไปใต้ต้นไม้ หรือที่ใดที่หนึ่งซึ่งเป็นที่สมควร แล้วกองฟืนเป็นกองๆ ดังจะอบบาตร จุดไฟเข้าให้รุ่งเรือง แล้วเอาเสื่อลำแพน หรือแผ่นหนังหรือแผ่นผ้า มาเจาะเป็นช่องกลมกว้างประมาณคืบ 4 นิ้ว แล้วเอาขึงไว้ตรงหน้า นั่งตามพิธีที่กล่าวไว้ในปฐวีกสิณแล้วตั้งจิตกำหนดว่า อันนี้เป็นเตโชธาตุ แล้วจึงบริกรรมว่า เตโชๆ ไฟๆ ดังนี้ร่ำไปจนกว่าจะได้สำเร็จอุคคหนิมิต และปฏิภาคนิมิต โดยลำดับไป อุคคหนิมิตในเตโชกสิณนี้ ปรากฏดุจเปลวเพลิวลุกไหม้ไหว ๆ อยู่เสมอ ถ้ามิได้ทำดวงกสิณพิจารณาไฟในเตาเป็นต้น เมื่ออุคคหนิมิตเกิดขึ้น กสิณโทษก็จะปรากฏด้วย ส่วนปฏิภาคนิมิตปรากฏมิได้หวั่นไหว จะปรากฏดุจท่อนผ้ากำพลแดงอันประดิษฐานอยู่บนอากาศ หรือเหมือนกาบขั้วตาลทองคำฉะนั้น เมื่อปฏิภาคนิมิตปรากฏแล้ว โยคาวจรก็จะได้สำเร็จฌาณตามลำดับจนถึงจตุตถฌาณ ปัญจมฌาน.....
 
Oct 28 2:37 AM
 
ดีคับ

แวะทักทายยามเย็น

เลิกงานยังครับนี้
 
 
Oct 22 1:39 PM
 
http://www.budsir.org/budsir-main.html

-เว็บไซด์สืบค้นข้อมูลความรู้เกี่ยวกับพระไตรปิฎก
-จัดทำขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
-แสดงถึงความเล็งเห็นความสำคัญในการศึกษาและเผยแพร่ความรู้ต่าง ๆ
-ในพระไตรปิฎกให้เป็นที่รู้จักและศึกษาสู่บุคคลทั่วไปในวงกว้าง
 
Oct 22 5:42 AM
Toey says:
 
พุทธภูมิ รำลึก

จากเวียงวังนั่งติดดินกินแต่น้อย
มิท้อถอยสัจจะอธิษฐาน
หลากวิธีทดลองสิ่งต้องการ
หลายปีผ่านพิสูจน์ผลค้นพบเจอ

แจ้งในธรรม จำในทาง วางในทิศ
ใช้ชีวิต รับรู้อยู่เสมอ
ทางสายกลาง ดำเนิน มิเพลินเพ้อ
แลมิเผลอ รับเกลศ เลศนัย

โปรดมนุษย์ทุกเพศวัยไม่กีดกั้น
ฟ้าสวรรค์เป็นพยาน สานสมัย
ลบรอยบาป อาบรอยบุญอุ่นจิตใจ
รู้อภัยให้ส่ำสัตว์ยืนหยัดยง

เสียสละประโยชน์ตนเพื่อคนอื่น
ให้รู้ตื่น ตาใน ไว้สูงส่ง
เมตตาธรรมโลกหล้าพามั่นคง
สิ่งประสงค์สืบทอดตลอดกาล

โลกธาตุ โลกธรรม กระหน่ำยุค
โลกจึ่งทุกข์ มิรู้แท้ แก่สุขศานต์
ถอนทิฐิ ชีวิต จิตวิญญาณ
โลกพบพาน พอเพียง เลี้ยงชีวา

หนักอยู่ในความไม่หนักรู้จักว่าง
รู้จักวาง ว่างภาวะ สิ่งกังขา
เบาอารมณ์ ข่มจริต จิตอุรา
ก็รู้ว่า เรื่องทั้งหลายได้กลั่นกรอง

จากเวียงวังเท้าติดดิน เยือนถิ่นทุกข์
ธรรมะปลุกโลกทัศน์ชัดฉายส่อง
พุทธภูมิ พุทธกาล สร้างครรลอง
เถิดเพ่งมอง มวลชีวิต อนิจจัง

…………..
http://www.thaipoem.com
ขอให้คุณพระคุ้มครอง..ธรรมรักษาครับ..ฝันดีนะครับ
 
Oct 22 12:31 AM
1 says:
 

 
Oct 22 12:26 AM
 
สวัสดีค่ะ แวะมาดูรูปคร้า สบายดีมั้ยค่ะคุณ 1
 
Oct 21 10:50 PM
 
"พ่อ" ผู้รักลูกมาก
"พ่อ" ผู้เป็นบูรพาจารย์
"พ่อ" ผู้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร
"พ่อ" ผู้มีพระคุณอันสูงสุด
"พ่อ" ผู้มีเมตตาสุดประมาณ
"พ่อ" ผู้ให้ยานพาหนะอันประเสริฐ และ
"พ่อ" ผู้มุ่งมั่นที่จะพาลูกหลานทุกคนเดินทางเข้าสู่สายพระนิพพานในชาติปัจจุบัน

ขอองค์หลวงพ่อฯ ได้โปรดโมทนาบุญกุศลดังกล่าวนี้ และได้โปรดเมตตาอภิบาลรักษาบรรดาลูกหลานผู้ติดตามให้มีจิตใจมั่นคงดำรงมั่น รักษาพระพุทธศาสนา ดั่งปณิธานขององค์บูรพาจารย์นับตั้งแต่บัดนี้ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานในชาติปัจจุบันด้วยเทอญ
 
Oct 21 1:58 AM
1 says:
 

 
Oct 21 12:35 AM
 
"การมาอบรมในการบวช
ก็เลิกสิ่งชั่วกันไปเลย
เลิกอะไรที่มันเป็นกรรมเป็นเวร
เอาชนะตัวเอง
ไม่เอาชนะคนอื่น"

"ถึงบอกให้ก็ไม่รู้หรอก
มันเหมือนนกที่อยากรู้เรื่องของปลาในน้ำ
ถึงปลาบอกความจริงว่า
อยู่ในน้ำเป็นอย่างไร
นกก็ไม่มีทางจะรู้ได้
ตราบใดที่นกยังไม่เป็นปลา.

หลวงพ่อชา สุภัทโท
 
Oct 21 12:29 AM
 
ธรรมะในโบสถ์ หรือธรรมะกลางทุ่งนา ก็เป็นธรรมะอย่างเดียวกัน
เมื่อประพฤติกระทำในฐานะที่เป็นหน้าที่ที่ถูกต้อง เพื่อความรอดอันแท้จริง.
 
Oct 20 10:52 PM
1 says:
 

 
Oct 20 8:36 PM
Gigi says:
 
ข้อเขียนของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ตอนจบค่ะ

“กิจเบื้องต้นของสมถกัมมัฏฐาน

ผู้ที่จะเรียนทางสมถกัมมัฏฐานพึงเตรียมของเหล่านี้ไว้ ธูป ๕ ดอก เทียน ๕ เล่ม มีข้าวตอกดอกไม้อย่างละ ๕ กระทง หรือใช้ภาชนะเล็กๆ แทนกระทงก็ได้ ใส่ถาดที่สมควรสำหรับเป็นที่บูชา นี่กล่าวไว้พอเป็นแบบฯ ถ้าแม้ว่าเมื่อขัดสนบกพร่องในเครื่องบูชาเหล่านี้บ้างก็ปฏิบัติได้ ในวันแรกที่จะเรียนให้ตรงกับวันพฤหัสบดีเป็นดี และสถานที่นั่งควรเป็นสถานที่สงัดอันสมควร ผู้ที่จะนั่งทางสมถกัมมัฏฐาน ชั้นต้นถ้าเป็นคฤหัสถ์พึงรับศีลห้า ศีลแปดเสียก่อน ถ้าเป็นบรรพชิตพึงแสดงอาบัติและทำวัตรตามนิยมฯ

เมื่อบูชาพระเสร็จแล้ว พึงเจริญพุทธคุณสามห้อง แล้วตั้งนะโม ๓ หน และถวายตัวแก่พระพุทธเจ้า แล้วอาราธนาทางสมถกัมมัฏฐาน ว่าดังนี้

อิมาหํ ภควา อตฺตภาวํ ตุมหากํ ปริจตฺชามิ ฯ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพเจ้าขอสละรอบซึ่งอัตตภาพตัวตนนี้แก่ท่านทั้งหลาย อุกาสะ ๓ หน ข้าพระพุทธเจ้าจะขอปฏิปัตติบูชาตามคำสั่งสอนของพระสัพพัญญูโคดมบรมเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าจะขอเอาอย่างลักษณะพระปีติทั้ง ๕ และพระสมถกัมมัฏฐานทั้ง ๔๐ ทัศอันสุขุมละเอียด ขอจงมาบังเกิดในจักขุทวาร ในมโนทวาร ในกายทวารแห่งข้าพระพุทธเจ้าในกาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด ฯ

อิมินาปุญญกัมเมนะพุทโธโหมิ อนาคเตกาเล ผู้ชายถ้าปรารถนาพุทธภูมิว่าดังนี้ ฯ
ถ้าปรารถนาสาวกพึงว่าดังนี้ อิมินาปุญญกัมเมนะ เอตัสส พุทธัสส สาวโกโหมิอนาคเตกาเล ฯ
ถ้าผู้หญิงให้แยกว่า อิมินาปุญญกัมเมนะ เอกัสส พุทธัสส สาวิกา ยาจิสสามิ อนาคเตกาเล ฯ

ต่อไปนี้พึงพิจารณาให้เห็นทุกข์ทั่วไปให้เกิดสังเวช และคิดปฏิบัติเพื่อจะหนีทุกข์ แล้วแผ่เมตตาเจริญพรหมวิหาร

พรหมวิหารทั้ง ๔ ว่าดังนี้ ฯ สัจจังปรมังโลเก สีลคุเณอนุตตโร อายันตุโภนโต ปารมิโย อิธทานะสีละ เนกขัมมะวิริยะปัญญา ขันตีสัจจาทิฏฐานะ เมตตุเปกขา ยุทธาสะโว คันหัตถะวุธานีติ ฯ
สัพเพสัตตา อเวราโหนตุ
สัพเพสัตตา อัพยาปัชฌาโหนตุ
สัพเพสัตตา อนีฆาโหนตุ
สัพเพสัตตา สุขีอัตตานัง ปริหรันตุ
โดยวิธีนี้ รวม ๑๒ หัวข้อ นับตั้งแต่สัพเพสัตตาเป็นข้อ ๑.
๒. สัพเพปาณา, ๓. สัพเพภูตา, ๔. สัพเพปุคคลา, ๕. สัพเพอัตตภาวปริยาปันนา, ๖. สัพพาอิตถิโย, ๗. สัพเพปุริสา, ๘. สัพเพอริยา, ๙. สัพเพอนริยา, ๑๐. สัพเพเทวา, ๑๑. สัพเพมนุสสา, ๑๒. สัพเพวินิปาติกา. ว่าตามแบบสัพเพสัตตาเป็นตัวอย่าง ฯ

เมื่อจะนั่งดับเทียนเสีย นั่งตั้งกายให้ตรง ตั้งสติในที่ ๓ แห่ง เมื่อหายใจเข้า ตั้งที่เหนือริมฝีปากข้างบนก่อน ๑. หัวใจที่ ๒. สะดือที่ ๓. เมื่อหายใจออกตั้งสะดือมาก่อน ๒ หัวใจ ๓ ริมฝีปาก โดยวิธีนี้จนลมละเอียด แล้วพึงภาวนาตั้งตามฐานลมที่กล่าวไว้ฐาน ๑-๒-๓ ให้หยุดนึกภาวนาอยู่ที่สูญสะดือข้างในกว่าจะสมควรแก่สัทธา เมื่อเลิกให้กรวดน้ำแผ่เมตตาจิตต์ทุกคราวไป การเจริญภาวนานี้ เจริญได้ในอิริยาบท ๔ ไม่มีข้อห้าม ฯ

ผู้ที่เรียนสมถกัมมัฏฐานให้รู้จักลักษณะและชำนาญในนิวรณ์ ๕ ในองค์ภาวนา ๕ คือ วิตักโก, วิจาโร, ปีติ, สุข, เอกัคคตา พระกัมมัฏฐาน ๔๐ จริต ๖ เพื่อจะได้เอาไว้เป็นกำลังของตนในทางปฏิบัติสืบต่อไป

กัมมัฏฐาน ๔๐ ประการคือ กษิณ ๑๐ อสุภ ๑๐ อนุสสติ ๑๐ พรหมวิหาร ๔ อาหาเรปฏิกูลสัญญา ๑ จตุววัตถาน ๑ อรูปฌาน ๔ ผู้ที่จะเรียนทางนื้ ต้องให้รู้จักจริตของตนว่าตนมีจริตชอบทางใด ให้ถือจริตนั้นเป็นเกณฑ์ เป็นที่ตั้งแห่งตน จริตท่านแยกไว้ ๖ อย่างคือ ราคะจริต โทสะจริต โมหะจริต สัทธาจริต พุทธจริต วิตักกะจริต ฯ

ผู้ที่มีราคะจริตควรเจริญกัมมัฏฐาน ๑๑ ประการคือ อสุภ ๑๐ กายคตา ๑ ฯ
คนโทสะจริต ควรเจริญกัมมัฏฐาน ๘ คือ นีลกษิณ ปีตกษิณ โลหิตกษิณ โอทาตกษิณ กับพรหมวิหาร ๔ ฯ
คนมีโมหะจริตและวิตักกจริต ควรเจริญอานาปานุสสติกัมมัฏฐาน
คนมีสัทธาจริต ควรเจริญอนุสสติ ๖ เบื้องต้น
คนมีพุทธจริต ควรเจริญกัมมัฏฐานได้ทั่วไป ฯ

การที่ข้าพเจ้าได้จัดพิมพ์หัวข้อทางกัมมัฏฐานภาวนาขึ้นนี้ ก็โดยความตั้งใจ เพื่อจะให้เป็นประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา และกุลบุตร ผู้ที่มีศรัทธาเลื่อมใสจะได้ปฏิบัติบูชาศึกษาเล่าเรียนกันต่อๆ ไป ขอให้สำเร็จประโยชน์และความสุขตามสมควรเทอญฯ

ถ้าข้อความอันใดยังบกพร่องอยู่ หรือไม่เข้าใจ ขอให้ไต่ถามแก่ท่านที่มีความรู้สืบต่อ ๆ ไป ฯ

พระอาจารย์ (ปาน) วัดบางนมโค
อำเภอเสนา จังหวัดอยุธยา”

ขออนุโมทนาที่ท่านน้อมจิตรับฟังธรรมของหลวงพ่อปานค่ะ
ขอให้บุญกุศลที่เกิดจากการฟังธรรมในครั้งนี้ และกุศลศีลทานที่ท่านได้บำเพ็ญมา จงเป็นพลวปัจจัยให้ท่านบรรลุพระนิพพานได้ในอนาคตอันใกล้นี้เทอญ
 
Oct 20 8:06 PM
Toey says:
 
ศีลธรรม...คือ พื้นฐานแห่งความเป็นมนุษย์"

อย่าเพิ่งคิด ไปว่า หญ้าปากคอก
อยากจะบอก แด่...ทุกท่าน วันนี้ว่า
หากศีลธรรม ลอยลับ ไม่กลับมา
ปวงประชา ทั่วหล้าโลก จะโศกตรม

เบญจศีล หรือว่า ศีล ๕ ข้อ
ทุกคนต้อง ร้องอ๋อ !...ต่อว่าผม
ไฉนหยิบ ศีล ๕ มาให้ชม
ขั้นประถม หรือว่า อนุบาล

หยิบธรรมะ ตรงข้าม ตามมาอีก
คนละซีก ภาคส่วน และชวนอ่าน
จะวิเคราะห์ เจาะลึก ตรึกวิจารณ์
เพื่อเป็นฐาน ชีวิต ไม่ผิดทาง

เริ่มจากศีล ๕ ข้อ ก่อเหตุผล
ปลุกเสกคน เป็น"มนุษย์" ดุจผู้สร้าง
เป็นผู้มี ใจสูง ดุจยูงยาง
มีแววหาง เป็นสื่อ หรือยูงทอง

คนมีศีล สรีระ ดูสะสวย
มีธรรมะ อีกด้วย สวยผุดผ่อง
เพียงศีล ๕ ธรรม ๕ ก็น่ามอง
ไม่เชื่องลอง ปฏิบัติดู จะรู้ดี

ไม่ฆ่าสัตว์ มีเมตตา กรุณาด้วย
ไม่ฉกฉวย ลักของใคร ให้หมองศรี
หาเลี้ยงชีพ สุจริต จิตอารีย์
ไม่ประพฤติ ผิดประเวณี มีสำรวม

ไม่พูดเท็จ พูดดี มีสัจจะ
มีธรรมะ ในใจ ไม่หละหลวม
ไม่ดื่มเหล้า เมาสุรา จนหน้าบวม
มีสติ มีส่วนร่วม สำรวมตน

เป็นเช่นนี้ จึงเห็น เป็นมนุษย์
ประเสริฐสุด วิเศษ มีเหตุผล
หากไร้ศีล ไร้ธรรม ชี้นำคน
ก็ไม่พ้น เหมือนสัตว์อื่น ดาษดื่นเอย...

……………

แต่งกวีธรรมบทนี้มอบให้เพื่อนกัลยาณมิตรทุกท่านครับ
เจริญในธรรมยิ่งๆ ขึ้นไปครับผม
 
Oct 20 5:37 AM
Toey says:
 
สร้อยวสันต์..วันแสนหวาน...!

วสันต์พรายมายามฟ้าค่ำ
ระรินร่ำสังเวยโลกโศกสลาย
จิตเงียบงันอดีตฝันอันเปล่าดาย
พบความหมายสุขสงบพบเสรี

นอนนิ่งนิ่งมองสร้อยวสันต์อันแสนหวาน
แก้วร่วงรานสอนสัจจธรรมยากหลีกหนี
เสมือนวัยวันผันผ่านช่วงชีวี
เริ่มผลิพลีแย้มบานใช่นานเนา

ธรรมชาติรายรอบชอบด้วยผล
สอนกมลไม่ประมาทและขลาดเขลา
กับมายาภักดิ์รักลวงหลอนหลอกเรา
เสียเวลาเปล่ากับชาติภพจบว่ายวน

ลืมบางสิ่งทิ้งลมหายใจอันล้ำค่า
ลืมภาวนาเจริญสติสร้างกุศล
ทิ้งอัตตาไม่คาดหวังไร้ตัวตน
รักทุรนทุกข์มลายในสายใจ

ใจดวงงามพบสัจจธรรมล้ำเลอค่า
ซึ้งคำว่าวางว่างกระจ่างใส
ไม่นานช้าทุกชีวาพรากลาไกล
มีสิ่งใดจีรังเล่าหนาวชีวิต

คำว่าลารอท่าให้พบโศก
หากยึดโลกทั้งผองจักหมองจิต
หยุดยึดมั่นถือมั่นหยุดความคิด
ขวัญลิขิตตามรอยบาทพระศาสดา...!
...................
http://www.thaipoem.com
 

Select Language