นะโม   (269 views)

What is นะโม doing now?

คบคนพาล พาลไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล คบคนชั่วพาตัวให้หมองหม่น รู้จักคน รู้จักหน้า แต่ ยาก..ที่จะรู้จักใจ
yesterday  ·  Comment »

Birthday

January 19
 
Advertisement

Info

http://oussawagunts.hi5.com - Send it to your friends

Birthday

January 19

 

About Me

Photobucket TO WRITE BY... "นะโม" "คู่ต่อสู้ ที่ยิ่งใหญ่.......คู่ต่อสู้ ที่เล็กจิ๊บจ้อย คู่ต่อสู้ ในเชิงบวก......คู่ต่อสู้ ในเชิงลบ ไม่ต้องไป แสวงหา ท้าทาย ศัตรูเหล่านี้ จากที่ไหนหรอก ก็ "ใจตัวเอง" นั่นแหละ คือ ศัตรูตัวฉกาจ ร้ายที่สุด ไม่มีใครร้ายไปกว่านี้ ก็ "ใจตัวเอง" นั่นแหละ คือศัตรู ที่แท้จริง ที่ใจตัวเองต้องต่อสู้กับใจตนเอง อยู่ตลอดเวลา ดังนั้น มนุษย์ ผู้มีปัญญา ไม่พึงควรเปิดโอกาสให้ ศัตรูดังว่ามา กำแหงหาญอีกต่อไป" TO WRITE BY... "นะโม" .........อยู่กับใคร ? อยู่อย่างไร? จะไปไหน ? ...... ๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑ * ความจริง * อริยสัจ ๔ เมื่อเกิดมี หนีไม่พ้น....ปฏิจจ พาวกวน กลับไม่เห็น ต้องวกวน เวียนว่ายตาย – เกิดเป็น....ไตรลักษณ์เห็นกลับไม่เห็นเป็นกันไป ไตรสิกขา พาพ้นทุกข์ สุขเหลือหลาย...หญิงหรือชาย แสวงหา ก็ได้เห็น หาไม่พบ จบไม่ได้ หาไม่เป็น........เป็นเฉกเช่น นี้คนเรา เท่านี้เอง ๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒ * ขันธ์ ๕ * อัน ดิน น้ำ ไฟ ลม ผสมเข้า.....เป็นรูปเรา-ท่าน เห็น เป็นขันธ์ ๕ สุข คละ ทุกข์ รุมเร้า จิต กายา.......ปรารถนา กันไป ใคร่หยิบเอา อย่ามัวหลง ยึดขันธ์ ๕ ว่าเที่ยงแท้....อย่ามัวแช เชือนหนา สหายเอ๋ย กายและจิต ผนึกกัน นั้นจริงเอย .....อย่าเพิกเฉย เมื่อแตกดับ มันแยกกัน ขันธ์ ทั้ง ๕ กลับคืนสู่ ธรรมชาติ......จิตสะอาด สู่ที่สูง มุ่งเป้าหมาย จิตละเลย คุณความดี “อันตราย”......คำสอนไซร้ ให้เร่งรู้ “กู้จิตตน” ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ............. ทั่วคามเขต พาจิตตน พ้นทุกข์หนอ อย่าลังเล อย่าชักช้า เวลาไม่รอ......ขันธ์ ๕ หนอ เป็นของใคร ไม่มีเลย ๓๓๓๓๓๓๓๓๓๓ * กิเลส- ตัวสอพลอ * อันกิเลส เหตุแห่งทุกข์ ยุคสมัย....กาลผ่านไป มีให้เห็น เช่นนั้นหนอ ไม่จำกัด กาลเวลา ไม่รีรอ........... กิเลสหนอ ดียังไง ใคร่ชอบกับ มองไม่เห็น เห็นไม่มอง ต้องเรียนรู้......พิสูจน์ดู ละให้เห็น เป็นไหมหนอ มาเถอะละ ตัวกิเลส ตัวสอพลอ........ไม่ย่อท้อ รู้ทันมัน ทันจิตตน อันหนทาง ดับกิเลส เหตุความทุกข์......อยู่เป็นสุข ถ้าละได้ ใช่จริงหนอ หลักใดเล่า เข้าทำลาย ตัวสอพลอ....หลักศีลหนอ ท่องจำไว้ ให้ขึ้นใจ รู้ให้ทัน มันติด ๆ คิดไม่ยาก...........ปราศจาก สติไซร้ ไม่เป็นผล ต้องรู้ละ รู้ปล่อยวาง ว่างจิตตน.........กิเลสป่น เป็นธุลี ดีสบาย ๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔ * เถรวาท * เถรวาท ศาสตร์ล้ำ นำชีวิต........ชี้ ลิขิต นำทาง สว่างไสว สรรพสัตว์ ควรรู้ อยู่แก่ใจ............หากว่าได้ นำมา พิจารณา แปดหมื่น สี่พัน พระธรรมขันธ์ นั้นล้ำลึก....ต้องสำนึก สำเหนียก พร่ำเพรียกหา นำมาเก็บ นำมาใช้ ดุจศาสตรา..........ไว้เข่นฆ่า อวิชชา ที่มืดมน ดำเนินตาม รอยธรรม หนุนนำเนื่อง....... จักปราชเปรื่อง ด้วยวิชชา ปัญญาใส รู้ความจริง รู้ความแจ้ง ระแวงภัย........ รู้เก็บไว้ สืบสานต่อ พอเป็นทุน ***************** ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยากำลัง ชีวิตยังไม่สิ้นต้อง สู้ ต่อไป กิเลสมาร สังขารมาร มันอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา กมฺมุนา วตฺตติ โลโก ๑๑๑๑๑๑๑ ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ๙๙๙๙๙๙๙๙ ๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑ นะโม ๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙ !!!!!!!!!!!!! ขอบคุณทุกเม้นท์ค่ะ !!!!!!!!!!!!!!! ๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑ .....***___หนังสือที่ชอบมาก......... "ประวัติชีวิต การงาน หลักธรรม พระอาจารย์ ฝั้น อาจาโร อาจาโรวาท ธรรมะ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร 1.บุญและบาป สิ่งใด ๆ ใจถึงก่อน ใจเป็นรากฐาน ใจเป็นประธาน มันสำเร็จที่ดวงใจ 2. ตัวบุญคือใจสบาย เย็นอก เย็นใจ ตัวบาปคือใจไม่สบาย ใจเดือด ใจร้อน 3. ความเจ็บไข้ได้พยาธิ อาพาธโรคา เป็นของธรรมดาสำหรับสัตว์โลก 4. เราไม่อยากเป็นกรรมเป็นเวร เราต้องตัด ตัดอารมณ์นั่นแหละ ให้อยู่ในที่รู้ ให้กำหนดดูความรู้อยู่ตรงไหน แล้วเราก็เพ่งอยู่ตรงนั้น 5. ปัญญา คือความรอบรู้ในกองสังขาร 6. กรรมทั้งหลายไม่ได้มาจากอื่นไกล มาจากกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ของเราเท่านี้ 7. พุทธคือผู้รู้ มันมีอยู่อย่างงั้น มันดับไม่เป็น สูญไม่เป็น 8. จิตของเรามันไม่หยุด ให้มันนิ่งมันก็ไม่นิ่ง เที่ยวก่อภพน้อย ๆ ใหญ่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ภวา ภเว สมฺภวนฺติ 9. ถ้าคนไม่ได้ทำ ไม่ได้หัด ไม่ได้ขัด ไม่ได้เกลา ที่ไหนเล่าจะมีพระอรหันต์ในโลก 10. ให้สติกำหนดที่ผู้รู้ อย่าส่งไป ข้างหน้า ข้างหลัง ข้างซ้าย ข้างขวา ข้างบน ข้างล่าง อดีต อนาคต กำหนดอยู่ที่ผู้รู้ แห่งเดียวเท่านั้นแล 11.พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อยู่ที่ใจ ในใจ 12.บางคนวัดก็ไม่เข้า พระเจ้าก็ไม่ลง วันศีลก็ไม่ละ วันพระก็ไม่ถือ แล้วจะเอาดีมาจากไหน 13.ให้พากันพิจารณาให้มันรู้ให้มันเห็นลงไป เชื่อมั่น ลงไป เห็นจริงแจ้งประจักษ์ลงไป 14.จำไว้ พุทโธ ธัมโม สังโฆ ทำอะไร ๆ ก็พุทโธ กลัวก็พุทโธ ใจไม่ดีก็พุทโธ ขี้เกียจก็พุทโธ 15.ท่านสอนให้พิจารณามูลกัมมัฏฐานก่อนหมดเวลาบวช พิจารณาเพราะเหตุใดเล่า เพื่อไม่ให้หลงถือทิฏฐิมานะอหังการ ถือว่าเป็นตัวเป็นตนเป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นเราเป็นเขา มันจึงหลง 16. เราต้องปฏิบัติอย่างฝากตาย 17. ศีล 5นี่คือ ขา 2 แขน 2 ศรีษะ อัน 1 เรารักษา 5 อย่างนี้ไม่ให้ไปทำโทษ 5 คืออันใดเล่า ปาณานั่นก็โทษ อทินนา นั่นก็โทษ กาเมนั่นก็โทษ มุสานั่นก็โทษ สุรานั่นก็โทษ พระพุทธเจ้าให้ละเว้น เวระมณีคือละเว้น 18. อยากสวยให้ถือศีล อยากรวยให้ทำทาน อยากปัญญาฌานให้ภาวนา 19. จิตของเราสงบเป็นสมาธิ มันรู้สึกเบาสบาย เย็นอก เย็นใจ หายทุกข์ หายยาก หายลำบาก หายรำคาญ 20. ผู้รู้ ไม่ใช่ของแตก ของทำลาย ของตาย ของดับ 21. ถ้าใจเราดีแล้ว ทำอะไรก็ดี ไปไหน ๆ ก็ดี ทำการงานก็ดี ทำราชการก็ดี ครอบครัวก็ดี พี่น้องก็ดี ชาวบ้านร้านตลาดก็ดี ประเทศชาติก็ดี 22. ความสุขอันใดเสมอจิตสงบไม่มี 23.ธรรมของพระพุทธเจ้า 84,000 พระธรรมขันธ์นั้น อยู่ที่ตัวเรา ไม่ใช่ที่ไหนอื่น 24. กรรมดี กรรมชั่ว ผู้นี้เป็นผู้กำเอา เป็นผู้ทำเอา ไม่เห็นมีกรรม มาจากต้นไม้ ภูเขาเลากา ไม่เห็นมีกรรมมาจากฟ้า อากาศ มาจาก กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม เท่านี้แหละ 25. เราเกิดมามีกัมมัฏฐาน 5 มาพร้อม ทีนี้เด็กกับคนแก่พระกัมมัฏฐานขาดไปองค์ 1 ทันตา ฟันไงล่ะ เด็กมันเกิดมาฟันยังไม่เกิด พระกัมมัฏฐานก็ขาดไปองค์หนึ่ง คนแก่ฟันหลุดหมดพระกัมมัฏฐานก็ขาดไปองค์ หนึ่ง 26. วิธีอื่นไม่มีจะตัดบาป ตัดกรรม ตัดเวร นอกจากเรานั่งสมาธิ 27. เราเป็นผู้ก่อกรรม ก่อเวร ก่อภัย ไม่มีใครก่อให้ ไม่ใช่เทวบุตร เทวธิดาสร้างให้ พี่น้องสร้างให้ บิดามารดาสร้างให้ เราสร้างเอาเอง 28. มโนกรรม คือความน้อมนึกระลึกกรรมอันใดไว้เป็นบุญหรือเป็นบาป เราจะรับผลของกรรมนั้นสืบไป 29. บุญคือความสุข บุญคือความเจริญ บุญคืองามความดี มันดีตรงไหนล่ะ มันสุขตรงไนล่ะ มันสบายตรงไหนล่ะ เงินเขาก็ไม่ได้ว่าเขามีสุข ถามดูซิ เงินเจ้ามีความสุขมั้ย เขาเฉยอยู่ไม่ใช่เหรอ นี่ละถ้าใจเราไม่สงบมันก็ไม่มีความสุขหรอก ถ้าใจเราไม่ดี ความดีก็ไม่มี 30. อยากรู้อะไรตามที่เป็นจริงให้น้อมเข้ามาภายในโอปนยิโก เพราะอะไร ๆ มันเกิดจากภายใน มาจากภายใน ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

Interests

Favorite Movies

31.ใจเราดีแล้ว สบาย ไม่มีภัยไม่มีเวร ไม่มีบาป ไม่มีกรรม ไม่มีกรรมชั่วช้าลามก
32.สิ่งทั้งหลายทั้งหมดเกิดจากดวงใจของเรา มโนความน้อมนึก
33.นั่งเข้าที่ นั่งเอาขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย นั่งให้สบาย วางท่าทางให้สง่าผ่าเผย ยิ้มแย้มแจ่มใส หลับตา งับปากซะ ลิ้นก็ไม่กระดุกกระดิก ให้ระลึกคำบริกรรมคำว่าพุทโธ ธัมโม สังโฆ 3 หนแล้วให้นึกเอาในใจว่าพุทโธ ๆ แต่คำเดียว
34.เรามาทำบุญเราได้บุญ มันอยู่ตรงไหน บุญเป็นตัวยังไง ให้มันรู้ซิ
35.สมุทัย คือมหาสมุทรจมในมหาสมุทร คือหลงสมบัติ
36.จงเอาพระเป็นที่พึ่ง ที่ระลึก ที่กราบ ที่ไหว้
37. เมื่อจิตสงบนิ่งแล้วเราอย่าไปหา ไปหาแล้วมันเป็นตัณหา
38.เรานั่งอยู่นี่มันเกิดกี่ภพกี่ชาติแล้ว ภเว ภวาสมฺภวนฺติ มันเที่ยวก่อภพน้อย ๆ ใหญ่ ๆ ไปห้ามไม่ได้ เรานั่งสมาธินี้เพื่อห้ามไม่ให้เกิด
39.เราทำอย่างนี้เรียกว่าปฏิ ปฏิ บูชา บูชาพระพุทธเจ้าอย่างเลิศประเสริฐที่สุด บุญอันใดจะเท่าเรานั่งสมาธิภาวนานี้ไม่มี
40 ถ้าหยุดหาเสียเมื่อใด มาตั้งใจปฏิบัติธรรมก็เห็นธรรมเมื่อนั้น
41.เวลานี้เราเข้าใจอย่างอื่นว่าเป็นศาสนา ไปเรียนอย่างอื่น ไม่ใช้โอปนายิกธรรม ไม่น้อมเข้ามาหาตัวเรา ก็ไม่เห็นซิ
42. เพ่งดูนะโม อาการ ๓๒ เพ่งให้เห็นแจ่มแจ้ง ภควา ผู้จำแนกแจกธรรม แจกเข้าแล้วมันก็ไม่มีคน อันนั้นมันเป็นผม เป็นขน เป็นเล็บ เป็นสัตว์เป็นผืนหนัง เป็นตับไต ไส้น้อย ไส้ใหญ่ อาหารเก่า อาหารใหม่มันไม่ใช่ตัวตน มันไม่ใช่คน
43.ธรรม 84,000 ไม่ใช่อะไร รวมแล้วได้แก่ พระสูตร คือลมหายใจเข้า พระวินัยคือลมหายใจออก พระปรมัตถ์ ผู้รู้ที่อยู่ข้างใน
44.แดดร้อน หรืออากาศหนาว หรือถามเขาดูซิ แดดเขาว่าร้อนไม๊ อากาศเขาว่าหนาวไม๊ เขาไม่ได้ว่าอะไรมิใช่รึ เราต่างหาก เป็นตัวร้อนตัวหนาว
45. ถ้าเราทำความชั่วไว้ ทำนั้นก็นำเราไปทุคติ
46. ความรู้สึกเบาตน เบาตัว เบาร่างกาย หายทุกข์ หายยาก หายความลำบาก รำคาญ สบายเย็นอก เย็นใจ นั่นแหละ ความสุข
47.มันเกิดตรงไหนก็ดับตรงนั้น เมื่อรู้จักที่เกิดไปดับที่อื่นมันก็ไม่ดับซิ อุปมาเหมือนดับไฟฟ้า ดับดวงนี้ ดวงนั้นยังอยู่ ดับดวงนั้นดวงอื่นยังอยู่ คนผู้ลาด ดับที่หม้อแบตเตอรี่มันก็มืดทั่วพระนคร อันนี้ไปดับจิตดวงเดียวก็หมด ไม่ต้องไปดับตา ดับหู ดับจมูก ดับลิ้น ดับกายดับใจ ดับที่ใจดวงเดียว แล้วดับหมด เพราะทั้งหมดมันเกิดจากใจ
48.มโนความน้อมนึก ใจนึกอันใดก็เป็นอย่างงั้น มานึกเอา มาน้อมเอา ท่านไม่ให้น้อมไป ให้น้อมเข้ามา โอปนยิโก ท่านไม่ให้ส่งไป ให้น้อมเข้ามา
49. ความพ้นทุกข์เป็นยังไงเล่า พูดง่าย ๆ คือจิตเราไม่ทุกข์มันก็พ้นทุกข์ จิตยังมีทุกข์อยู่ มันก็ไม่พ้นทุกข์
50.เราจะเข้าสู่สงคราม กิเลสสงครามคืออะไรเล่าคือความเกิดความ แก่ความเจ็บ ความตาย นี้เวลาเราจะดับขันธ์ ให้สติเพ่งตรงผู้รู้ เข้าถึงสมาธิ คือจิตตั้งมั่น มันก็ไม่หวั่นไหวในทุกขเวทนาทั้งหลาย เวทนาก็สักแต่ว่าเวทนา สัญญาก็สักแต่ว่าสัญญา สังขารวิญญาณก็สักแต่ว่าเป็นสังขารวิญญาณ นึกถึงแต่ผู้รู้ รู้เท่าสังขาร รู้เท่าวิญญาน เรื่องมันเป็นอย่างงั้น
51. ร่างกายคือต้นศาสนา กว้างศอก ยาววาหนาคืบ นี่เอง นี่แหละตู้พระธรรม 84,000 พระธรรมขันธ์ก็อยู่ในตู้นี่แหละ
52. อกุสลงฺจิตตงฺ อกุศลจิต คือจิตทุกข์ จิตยาก จิตวุ่น จิตวาย จิตเดือด จิตร้อน จิตฟุ้งซ่านรำคาญ นี่ให้พิจาณาดูซิ มันไม่ได้เกิดจากที่อื่น อกุศลทั้งหลายมันเกิดจากจิต
53.ให้เราเป็นผู้สำรวมกาย สำรวมวาจา สำรวมใจให้เรียบร้อย เมื่อมีความสำรวมอย่างงี้จะไปฆ่าผู้คน ฆ่าสัตว์ตัว โต ๆ อย่างไร แม้แต่มดตัวแดง แมงตัวน้อย ท่านก็ไม่ให้กระทำ ไม่ให้เบียดเบียนซึ่งกันและกัน
54.จุติ แปลว่าเคลื่อนภาษาเราว่าตาย แท้ที่จริงนั้นจิตวิญญาณมันไม่ใช่ของแตก ของทำลาย แลไม่ใช่ของสูญหาย
55. ท่านว่ามันไม่เที่ยง สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์สิ่งนั้นไม่ใช่ตัวตน จิตของเราถ้ามันเที่ยงไม่แปรผันโยกย้ายไปมาก็พึ่งพาอาศัยได้ นี่มันไม่เป็นอย่างงั้นบอกให้มันนิ่งมันก็ไม่นิ่ง บอกให้ไปทางนี้มันไปทางโน้น อย่างนี้จึงพึ่งไม่ได้ เราจึงต้องพากันทำสมาธิ
56. เหมือนกับเขาปลูกต้นไม้ เราต้องรักษาต้น รักษาโคนมัน ใส่ปุ๋ยลดน้ำ โคนมันดี ต้นมันก็ต้องดี ดอกผลไม่มีใครบังคับ มันเกิดเอง ต้นมันดีดอกผลมันก็ดี อันนี้เอาอะไรเป็นต้น คือดวงใจเป็นต้น เมื่อใจเราดีแล้ว ทำอะไรก็ดี หาอะไรก็ดี
57.เมื่อใจไม่ดีแล้วนึกพุทโธ ๆ ตัดมันเสีย
58.อาทิกลฺยานงฺ งามเบื้องต้นคือผู้มีศีล มัชเชกลฺยานงฺ งามท่ามกลางสมาธิ ปริโยสานกลฺยานงฺ งามที่สุดคือผู้มีปัญญา
59.การปฏิบัติถ้าไม่ได้ทำจริง มีแต่เรียนก็ไม่รู้ พระพุทธศาสนาคือผู้ปฏิบัติยังน้อย การกระทำยังน้อย ความรู้มันก็ น้อย ความเห็นมันก็น้อย เห็นแต่เผิน ๆ
60.บางคนกลัวผีเวลาเพ่ง ผีอยู่ที่ไหนล่ะ วันนึง ๆ ฝังกี่ศพ ทีคนตายไปกลัวที่ฝังในตัวเองไม่กลัวกี่ศพละวันนี้ ผีปลาทูปูเค็ม ผีวัวผีควาย ผีเป็ดไก่สุกร เต็มอยู่ในท้องไปหมด ทำไมไม่กลัวล่ะ
 

Favorite TV Shows

61. มันขัดตรงไหน ข้องตรงไหน แก้ให้หมด ชำระออกให้หมด อย่าให้มีขัด อย่าให้มีข้อง อย่าให้มียุ่งยาก อย่าให้มีเหยิง อย่าให้วุ่นอย่าให้วายวางให้สบาย ๆ
62 .เมื่อใจไม่ดี ทำอะไรก็ไม่ดี การงานก็ไม่ดี สมัครผู้แทนก็ไม่ได้ ค้าขายก็ไม่ได้ ทำมาหากินก็ไม่ดี ครอบครัวก็ไม่ดี พี่น้องก็ไม่ดี ชาวบ้านร้านตลาดก็ไม่ดี ประเทศชาติก็ไม่ดี
63.เมื่อจิตเราดี ทำอะไรก็ดี ค้าขายก็ดี ทำมาหากินก็ดี เล่าเรียนก็ดี ครอบครัวก็ดี ชาวบ้านร้านตลาด ประเทศชาติก็ดี
64.เมื่อจิตเราคิดดีเป็นสุข นั่งก็สุข นอนเป็นสุข เดินเป็นสุข ยืนเป็นสุข จิตสุข จิตสบาย เมื่อจิตสบายแล้ว ทำอะไรก็สบาย เอาอะไรก็สบาย ค้าขายก็สบาย ทำราชการก็สบาย ครอบครัวก็สบาย พ่อแม่พี่น้องก็สบาย ชาวบ้านร้านตลาดก็สบาย ประเทศชาติก็สบาย
65.พุทธคือผู้รู้ ความรู้นี้ไม่ใช่มืด ไม่ใช่สว่าง ไม่ใช่แจ้ง ไม่ใช่หลง ความที่มันหลงเราก็รู้อยู่ มืดเราก็รู้อยู่ สว่างเราก็รู้อยู่ สุขมันก็รู้ ทุกข์มันก็รู้ อย่างนี้
66.ถ้าจิตเราไม่ดีก็ทุกข์ยาก วุ่นวายเดือดร้อน หนักหน่วง ง่วงเหงาหาวนอน เดือดร้อนฟุ้งซ่านรำคาญ
67.กิเลสทั้งหลายมันเกิดจากภายใน ทุกข์ทั้งหลายมันเกิดจากภายใน สุขทั้งหลายมันเกิดจากภายใน
68. ถ้าดวงใจไม่ยากมันก็ไม่มีอะไรยาก สิ่งทั้งหลายเขายากอะไรเขาไม่ได้ว่าอะไร เขาไม่ทุกข์ไม่ยากอะไรซักอย่างเขาเฉยอยู่หมด
69. จิตตั้งมั่นนั้นเป็นยังไง มันไม่ได้ส่งไปข้างหน้า มาข้างหลัง ข้างซ้าย ข้างขวา ข้างบนข้างล่าง ตั้งจำเพาะอยู่ที่รู้ ความรู้อยู่ที่ไหนเราก็เพ่งดูอยู่ตรงนั้น
70. คนตายไปแล้วจะอยู่ยังไง พอขาดแป้บที่นี่ก็ขาดปั้บไปติดเกาะที่ใหม่แล้วไม่อยู่แล้วจะอยู่ทำไมละอย่างงั้น
71. เราไม่ต้องคำนึงถึงอดีต อนาคต อดีตล่วงไปแล้ว ดีก็ดีมาแล้ว ชั่วก็ชั่วมาแล้ว อนาคตก็ยังมาไม่ถึง ทำปัจจุบันนี้ให้ดี อนาคตก็ต้องดี
72.กรรมทั้งหลายไม่ได้มาจากอื่นไกล เกิดจากกาย จากวาจาจากกายของเราเอง
73. หนังนี่สวยยังไงล่ะ อาบน้ำชำระอยู่ทุกวัน ลองไม่อาบซัก 5 วัน เป็นไงล่ะ สกปรกไม่ใช่เหรอ นี่แหละเห็นอย่างงี้แล้ว เราไม่หลง
74. เปรียบภายนอกเหมือนกับเราทำการทำงาน มันต้องรวม เข้ามาการงานจึงจะสำเร็จ อันนี้ก็จิตของเราเช่นเดียวกันถ้าไม่รวมเป็นมรรคสามัคคีเข้าเป็นจิตดวงเดียวแล้วมันก็เลยไม่สำเร็จ ถ้าเรารวมจิตอยู่ในอันรู้อันเดียวแล้วของ อันเดียวเท่านี้แหละสำเร็จตรงนั้น
75. สรุปหัวข้อใจความในพระพุทธศาสนาคือกายกับใจเป็นที่ตั้งแห่งมรรคและผล
76.หากภิกษุสามเณรบวชแล้วเล่าเรียนศึกษาสำรวมสิกขาวินัยของตนเรียบร้อย รู้จักแล้ว ศีล ของเราก็ 227 สามเณรก็ศีล 10 เราสำรวมอยู่ ศาสนามันก็เจริญรุ่งเรืองน่ะซิ เดี๋ยวนี้มันไม่เป็นอย่างงั้น ศาสนาเลยเสื่อมเสีย คนทั้งหลายจึงดูหมิ่นว่าเราไม่มีศีล สมาธิ ปัญญา มีแต่ศรีษะโล้นและผ้าเหลืองว่าเป็นพระเท่านั้น
77.ปฏิบัติไว้อย่าให้มันขาดซิ ไม่ได้มากก็ให้ได้น้อย ต้องหมั่นเข้าวัดฟังธรรมซะก่อนจึงจะนอน ทีงานการล่ะอุตสาหะ ทำจนเหงื่อไหล จนเหน็ดจนเหนื่อย งานภายในของเราล่ะเราไม่รักษา ใครจะรักษาล่ะ
78. ศีล 5 ท่านให้ละเว้นโทษ 5 อย่าง เมื่อละเว้นแล้วอยู่ที่ไหนก็เป็นศีล ในป่าในดง อยู่ในรถในเรือก็เป็นศีล นี่มาว่ากับพระว่า ปาณาติปาตา พอยุงกัดก็ตบปั้บรับกันวันยังค่ำ ก็ไม่เป็นศีล
79.เราจำแนกแจกแล้วมันไม่มีคน มันมีแต่ผู้รู้เท่านั้นมันก็เป็นแต่ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟไปซะแล้ว
 

Favorite Books

81. ถ้าเราไม่ได้วัดดูแล้วมันก็ไม่รู้จักว่า มันอยู่ที่ไหนในสถานใด ถ้าเราวัดดูแล้วเราก็รู้ว่ามันไม่ได้อยู่ที่อื่น มันอยู่กับดวงใจของเรานี่แหละ ดวงใจของเราเป็นผู้ปรุงผู้แต่งเป็นผู้ก่อภาพก่อชาติ เป็นผู้ก่อกรรมก่อเวรก่อภัย เราก็มาเห็นดวงใจของเรานี่แหละแล้วก็มาแก้ที่ดวงใจเท่านี้แหละ
82. ศาสนาไม่ได้อยู่กับพระพุทธเจ้า ไม่ได้อยู่กับภูเขาเลากาท่าน บัญญัติไว้กับตัวคน คนเป็นตัวพระพุทธศาสนา
83. เมื่อใจไม่สงบ ใจไม่ดีมันก็ทุกข์ยาก วุ่นวายเดือดร้อน นี่แหละนำสัตว์ทั้งหลายให้ ตกทุกข์ได้ยากในปัจจุบันและเบื้องหน้า
84. ต่อไปให้เข้าวัดฟังธรรม ฟังดูดวงใจของเรามันดีเป็นยังไงล่ะ คือจิตเราสงบ มันดี ใจเราดีมีความสุขความสบาย เย็นอก เย็นใจ ไม่ทุกข์ ไม่ร้อน ไม่วุ่นวาย สบาย พุทโธ ใจเบิก ใจบาน ใจสว่าง ใจไสว ใจผ่องใส ใจสะอาด ปราศจากโทษ ปราศจากภัย ปราศจากเวร ปราศจากความชั่วช้าลามก ปราศจากความทุกข์ ความจน
85. เราทั้งหลายเกิดมานี้ย่อมมีความมุ่งมาดปรารถนา อยู่เป็น 3นัย นัย 1ต้องการวัตถุข้าวของ เงินทองมาก ๆ นัย 2 ต้องการรูปสวย ๆ งาม ๆ อายุยืนนาน นัย 3ต้องการมีสติปัญญาความเฉลียวฉลาด เหตุใดจึงไม่ได้สมความปรารถนาล่ะ ก็เพราะเราไม่ได้ประพฤติปฏิบัติ ท่านได้วางข้อปฏิบัติไว้ คือมีทาน มีศีล มีภาวนา 3 นัย ให้พากันรู้จัก
86. ธรรมทั้งหลายกุศลธรรม อกุศลธรรม เราทำมาทั้งหมด ไม่ใช่ เทวบุตร เทวธิดาทำให้ พระอินทร์พระพรหมทำให้ ธรรมทั้งหลายไม่ได้เกิดจาก ท้องฟ้าอากาศ ต้นไม้ ภูเขาเลากา จากบ้านจากเมือง ถนนหนทาง เกิดจากดวงใจของเรา
87. ชราปิทุกขา ความเฒ่าแก่ชรา คร่ำคร่าทรุดโทรมนี่แหละ ลุกก็ยากนั่งก็ยาก ทางท้องยังอยาก ทางปากก็กลืนไม่ลง กินไม่ได้ คนไม่มีฟันอยากจะกินของแข็งก็กินไม่ได้ นี่แหละทุกข์ อาตมา ก็ถึงแก่หมดแล้วจะลุกแหม ดังเอี๊ยดจึงลุกได้ พุทโธ่เดินไปมาเซนั่นเซนี่ อ้อ..ทุกข์ รู้จักไม้ล่ะทุกข์น่ะ ต้องเป็นอย่างงี้ทุกคน
88.ไม่มีตัวตน สัตว์บุคคลเราเขา อะไรซักอย่าง เราเพ่งดูซิ มันไม่เป็นแก่นเป็นสารที่ไหนเลย ถ้าเป็นแก่นเป็นสารทำไมคนจึงล้มหายตายไป เป็นแก่นเป็นสารเป็นตัวเป็นตนของเรา ทำไมเป็นหวัด เป็นไอ เป็นไข้ ทำไมเป็นหนาว เป็นร้อนเป็นทุกข์เป็นยาก เพราะเหตุนี้พึงเห็นว่ามันไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน
89. ให้มาดูรูปธรรมนามธรรม รูปธรรมคืออัตภาพร่างกายของเรานี้ นามธรรมคือดวงใจของเรามันจะอยู่ชั้นใดภูมิใด ภพใดภูมิใด ดูให้มันเห็นซิ
90. ให้พากันหยุดเสาะหาธรรมจึงจะเห็นธรรม ให้ดูสิ่งที่ปรากฏอยู่ในตัวของเรา สิ่งที่รู้อยู่ในตัวของเราสิ่งที่ปรากฏอยู่นั่นแหละ ความรู้สึกอยู่ที่ไหนให้ดูตรงนั้นให้กำหนดไว้ตรงนั้นให้เพ่งลงตรงนั้น เพ่งดูดวงใจของเรา 91. สติวิญโญ สติเป็นวินัย สติคือความรู้ความระลึกได้ ความรู้อยู่ สติ เป็นวินัย นำตนออกจากความชั่ว นำความชั่วออกาจากตน เมื่อมีสติแล้วไม่หลง ไม่หลงก็ไม่ทำความชั่ว เราจงมากำจัดความหลงนี้ คือทำตัวให้มีสติ นั่งสมาธิก็หัดสติ พิจารณาก็หัดสติ เมื่อมีสติอยู่แล้วเป็นผู้รู้อยู่แล้ว มีวินัย
92. แต่ก่อนเราไม่มีโอกาสปฏิบัติ ว่าคากิจคาการคาบ้านคาช่อง คาลูกคาหลานก็เดี๋ยวนี่นั่งอยู่เนี่ยคาอะไรเล่า มัน ก็คาดวงใจเราเท่านี่แหละ เรื่องมันไม่ใช่คาอื่น ให้รีบมาแก้เสียวันนี้ แก้วันนี้ได้แล้วก็หมด
93. ใจเราดีมีความสุขความสบายนั่งก็สบาย เบาตน เบาตัว เบาร่างเบากาย หายโรค หายภัย หายเคราะห์หายเครียด หายกิเลสจัญไร หายความชั่วช้าลามก หายความทุกข์ ความจน
94. ใจมันทุกยาก ให้หนักใ ห้หน่วง ให้ง่วงให้เหงา ให้ทุกข์ ขัดตนขัดตัว เจ็บตรงนั้นปวดตรงนี้ให้ เกิดโรคเกิดภัย เกิดกิเลสจัญไร เกิดความชั่วช้าลามก เกิดความทุกข์ความยาก ขึ้นมา
95. พยาธิปิทุกขา เกิดพยาธิความเจ็บไข้ได้พยาธิอาพาธโรคาเกิดขึ้นในตัวของเราแล้ว ยิ่งทุกข์หนักเข้าไปทุกที หนักเข้าข้าวน้ำโภชนาอาหารของอะไรอร่อยๆ ก็เลยหายไปหมด จืดจางไปหมด ขมไปหมด จึงว่าทุกข์ว่ายาก
96. มรณมฺปิทุกขงฺ ทุกข์คือความตาย มันหนักเหลือโดยประมาณหาที่อยู่ไม่ได้ ยกแข้งยกขาก็ไม่ได้ หนักเข้าลืมตาก็ไม่ได้ หนักเข้าหายใจก็ไม่ได้ ขาดหมดลมหายใจ ดับขันธ์ไปจุติ
97. ตาสำหรับเห็นรูปใจเป็นผู้วาดรูปว่าดีว่าชั่ว รูปไม่ดีรูปไม่ชั่ว แท้ที่จริงรูปทั้งหลายเขาไม่ได้ว่าเขาดี เขาไม่ได้ว่าเขาชั่ว เราเป็นผู้ไปว่าเอา สมมุติเอา
98.วิธีดับบาปดับกรรมดับความชั่วทั้งหลายดับภัย ดับเวร จะล้างบาปล้างกรรม ล้างภัยล้างเวรทั้งหลายนั้น ไม่มีวิธีอื่น นอกจากเรานั่งสมาธิ เมื่อนั่งสมาธิจิตเป็นหนึ่งแล้วเป็นจิตอันเดียวแล้ว บาปกรรมทั้งหลายมันก็ไม่มี ภัยเวรทั้งหลายมันก็ไม่มี ความชั่วทั้งหลายมันก็ไม่มี มีแต่ความสุขน่ะซิ
99.สุขเพราะเหตุใด สุขเพราะใจสงบ ทุกข์เพราะเหตุใด เพราะใจไม่สงบ มันไปก่อกรรมก่อเวรไม่หมดซะที กรรมเก่าก็ไม่หมด กรรมใหม่ ก็เติมเรื่อยไป มันจะหมดซะทีเหรอ
100. ให้เราเข้าวัดฟังธรรมวัดดูซิว่าของเราเวลานี้อยู่ในชั้นใดภูมิใด อยู่ในภพอันใด ให้รู้จัก ให้ระลึกถึง พุทโธ ๆ บริกรรมเพ่งเลงตัวจิตของเราในพุทโธนั้น ถ้าจิตของเรา มันเป็นกุศล มันเป็นยังไง คือมันสงบ มันไม่ส่งหน้า ส่งหลัง ส่งซ้ายส่งขวา ส่ง บนส่งล่าง ตั้งจำเพราะท่ามกลางผู้รู้ พุทโธ ๆ มันมีใจเยือกใจเย็น ใจสุข ใจสบาย กายลหุตา จิตลหุตา จิตเบากายมันก็เบาไม่หนัก ไม่หน่วง ไม่ง่วงไม่เหงา หายทุกข์ หายอยาก หายความลำบาก รำคาญสบายอกสบายใจ นั่นแหละตัวบุญตัวกุศลแท้
101. เราทั้งหลายมาอย่างนี้ก็ต้องการแสวงที่พึ่งอันแท้จริงของตน เราจะเอาอะไรเป็นสรณะที่พึ่งใน ๓ โลกนี้ไม่มีสิ่งอื่น นอกจากพุทโธ ธัมโม สังโฆ เท่านี้แหละมีเท่านี้ให้พึงรู้พึงเข้าใจ 102. ให้พากันพึงรู้พึงเห็นในทุกข์ ท่านว่าชาติปิทุกขาเกิดเป็นทุกข์ขดออยู่ในครรภ์มารดาตั้ง ๑๐ เดือน ตึงตัวก็ไม่ได้ เหลียวซ้ายแลขวาก็ไม่ได้ มืดมิดเป็นโลกันต์นรก ไม่เห็นอะไรซักอย่าง ไม่เห็นฟ้าเห็นอากาศ ตอนหลุดออกจากครรภ์มารดาท่านเปรียบเหมือนกับตกเหว ร้อยช่วง
103. ดูสิ่งเหล่านั้นมันเป็นคนหรืออะไร ให้มารู้จัก น รู้จัก โม หัวใจตัวเรามันจึงจะรักษาได้ เราไม่เห็น น ไม่เห็น โม แล้ว หัวใจตัวเราก็รักษาไม่ได้ มันก็ทะเยอทะยานในรูปในเสียงในกลิ่น ในรส โผทัพพะ ธรรมารมณ์ทั้งหลาย
104. อาการบาปเป็นยังไง คือเราประพฤติไม่ดี ทำไม่ดี มันให้ทุกข์ มันให้โทษแก่เรา มันให้เจ็บให้ปวดให้ทุกข์ให้ยาก เป็นลำบาก รำคาญ ให้บ่น ให้จน ให้เป็นใบ้ เป็นบ้า หูหนวกตาบอด ปากเกิดกะจอกงอกง่อย ขี้ทูดกุดถัง ตกระกำลำบาก ทำมาหากินไม่พอปากพอท้อง ข้าวขาดแล่งแกงขาดหม้อ เสื้อขาดหน้าผ้า ขาดหลังนี่แหละตัวบาป
105. รู้จักว่ามันเหนื่อยก็หยุดซิ เปรียบเหมือนกะเราทำงานรู้จักว่าเหนื่อยเราก็หยุด อุปมาภาย นอกอย่างนั้น รู้จักทุกข์ก็หยุดอย่าไปก่อกรรมก่อเวรก่อภัยต่อไป หยุดนิ่งให้มันว่างหมด พอจิตสงบนิ่งได้แล้ว จิตลหุตาจิตก็เบา กายลหุตา กายก็เบา จิตตมุทุตา จิตมันอ่อนนิ่มนวล อิ่มอกอิ่มใจ สบาย นั่นแหละพ้นทุกข์ตรงนี้แหละ
106. คนเดี๋ยวนี้ไม่มีศรัทธาความเลื่อมใส เพราะไมรู้จักบาปบุญไม่เห็นตัวมัน ทำบาปก็ไม่เห็นตัวบาป ทำบุญก็ไม่เห็นตัวบุญ มันเป็นยังไง ตัวบาปตัวบุญก็คือตัวเราที่นั่งอยู่เดี๋ยวนี้เองแหละ ไม่ใช่อื่นไกล ศรีษะดำ ๆ คอกิ่ว ๆ คือคนนี่แหละตัวบาปตัวบุญ
107. ศาสนาท่านไม่ได้หมายอื่นเป็นศาสนา ในโอวาทปาฏิโมกข์ ท่านให้ละความชั่ว ทำความดี ทั้งกาย วาจา และดวงใจ ท่านไม่ได้ว่าอื่นเป็นศาสนา เมื่อใดมาชำระดวงใจให้ผ่องใส เอตงฺพุทธานสาสนงฺ นั่นเป็นศาสนา สมาธิคือจิตตั้งมั่น นายช่างเขาตั้งเสาเขาตั้งยังไง เขาตั้งแล้วเขาก็มองดูข้างหน้า ข้างหลังเอาระดับ จับดู มันเที่ยงหรือไม่เที่ยง มันเอนเอียงไปข้างไหน เขาก็ผลักขึ้นมา แล้วก็เล็งดูจนมัน เที่ยงตรงเขาก็ฝังไว้ให้มันแน่น นี่เรียกว่า ทีติหุตังเราก็ตั้งใจของเราให้มันเป็นของเที่ยง วิญญาณของเรามันไม่เที่ยง เดี๋ยวนี้เราจะต้องให้มันเที่ยง มันจึงจะเป็นพระนิพพานได้ เรื่องมันเป็นอย่างงั้น
108. นิมนต์พระไปชักบังสุกุลว่าไปชักให้คนตายแท้จริงให้พวกเราดู แต่ก่อนเขาก็เป็นเหมือนอย่างเรานั่นแหละห่วงนั่นห่วงนี่ คานั่นคานี่ มาเดี๋ยวนี้ตายแล้วเป็นไง ไม่คาอะไรซักอย่าง เคยว่าเจ็บว่าปวดยุงกัดก็ตี ปวดนั่นปวดนี่ ทีนี้เอาไปเผาไม่เห็นว่าอะไรไม่เห็นอุ้ยซักคำเดียว แข้งขาหูตาจมูกเขาก็มีครบเหมือนเราหมด ดูซิพวกเราทั้งหลายมันต่างกันตรงไหน?
 

Favorite Quote

109. อาการ 32 นี้มันเป็นแต่อาการ มันเป็นคนที่ไหนเล่า ปิตงฺน้ำดียังงี้ เสมหังน้ำเสลด ยังงี้ บุปโพน้ำเหลืองยังงี้ โลหิตงฺน้ำเลือดอย่างงี้ เป็นคนที่ไหนเล่า จะไปหลงยังไงน้ำเหล่านี้ มันไม่ใช่เป็นของเรา เป็นของทิ้งทั้งหมดไม่ใช่เหรอ ถ้ามันเห็นอย่างงี้มันก็ละสักกายะทิฏฐิได้ มันก็ถอนอุปาทานขันธุ์ได้เอง ท่านจึงบอก เอหิ ปัสสิโก จงร้องเรียกสัตว์ทั้งหลายมาดูธรรม ท่านไม่ได้ให้ไปดูธรรม ให้มาดูธรรม คือมาดูรูปธรรม นามธรรม ที่ตัวเรานี่แหละ
110. ไม่ใช่อื่นสุขไม่ใช่อื่นทุกข์ จิตของเราเป็นผู้สุขผู้ทุกข์ เราก็ดูซิเวลานี้ เห็นอะไรสุขสักอย่าง เห็นอะไรทุกข์สักอย่างในโลกนี้ หรือว่าต้นไม้ภูเขาเลากาเขาเป็นทุกข์ หรือว่าฟ้าอากาศเขาเป็นทุกข์ หรือข้าวน้ำโภชนาอาหารเขาเป็นทุกข์ หรือบ้านช่องเป็นทุกข์ อะไรเป็นทุกข์ล่ะ พิจารณาดูที
111.เมื่อเราเห็นจริงอย่างนี้แล้วเราก็ละได้วางได้ จาโคปฏินิสคฺโฆ มุติอนาลโย คือความสละ ความละ ความวาง จิตมันก็ว่างเบาตนเบาตัวเบาร่างเบากายก็หายทุกข์ หายยาก นี่แหละ ข้อสำคัญให้พากันเข้าใจ
112. ให้พากันเข้าวัดนะ วัดดูจิตใจ ของเรา ต้องวัดเสมอ นั่งก็วัดนอนก็วัดเดินยืนก็วัด วัดเพราะเหตุใด ให้มันรู้ไว้ว่าจิตของเราดีหรือไม่ดี ไม่ดีจะได้แก้ไข ต้องวัดทุกวัน ตัดเสื้อผ้าก็ยังต้องวัดไม่ใช่เหรอ ไม่วัดจะใช้ได้อะไรล่ะ
113. ต้องนั่งพิจาณาดูให้มันรู้มันเห็น ไม่ต้องไปหาที่ไหนนะ ให้ดูสิ่งที่มีอยู่ในใจเรานี่แหละ มันมืดหรือสว่าง นี่แหละ อตฺโนนาถา เป็นที่พึ่งของตนแท้
114.ญาติโยมว่าศาสนาอยู่กับพระ พระว่าศาสนาอยู่กับพระพุทธเจ้า เลยพากันทอดธุระหมด ข้อนี้ให้รู้จักตัวเรา ตัวเราคือพระพุทธศาสนา
115. มันสงสัยอยู่เลยละไม่ได้ จิตมันเลยวุ่นวาย วนเวียนอยู่เวียนตายเวียนเกิด เกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด เกิด เกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด ไม่รู้กี่กัปกี่กัลป์อนันตชาติ
116. สมมุติว่าเราไปฆ่าเขา เขาจะดีใจไม๊ เขามาฆ่าเราล่ะ เราจะดีใจมั้ย พิจารณาดูซิ ข้อนี้ เราไม่ต้องการอย่างนั้น เราก็ต้องไม่ทำ เมื่อเราไม่ทำอย่างนั้น โทษทั้งหลาย ก็ไม่มี เกิดมาเราก็อายุยืนนานไม่ตายพรัดพรากจากกัน ไม่ตายแต่น้อยแต่หนุ่ม
117. คนไม่มีความรู้แล้วอุปมาเหมือนคนตาย เห็นมั้ยละ จิตวิญญาณไม่มีแล้ว เหลือแต่ธาตุ ๔ มันก็เลยพึ่งอะไรไม่ได้
118. ต่อไปจะไม่อธิบายละ ต่างคนต่างฟังใจของเรา ดูให้มันแน่นอนลงไป เชื่อมั่นลงไป ให้มันได้หลักได้ฐานของตน ได้ที่พึ่งของตนเอง
119. เมื่อเหล่าท่านทั้งหลายได้พากับสดับตรับฟังแล้วในโอวาทสาสนีธรรมะคำสั่งสอนนี้ ซึ่งแสดงโดยย่นย่อ พอเป็นเครื่องปฏิบัติ ประดับสติปัญญาบารมีของท่านทั้งหลาย ให้พากันโยนิโสนมสฺสิการกำหนดจดจำ นำไปประพฤติปฏิบัติ ฝึกหัดตนของตนให้เป็นไปในศีล เป็นไปในธรรม คำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว แต่นี้ต่อไปพวกท่านทั้งหลาย จะประสบแต่ความสุข ความเจริญ งอกงามดังได้แสดงมา เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้.......
 

hi5 Games

Play hi5 Games

นะโม hasn't played any games recently.

 

Applications

Browse Applications

OLX
OLX is the next generation of free online classifieds. OLX provides a simple solution to the compl...

Barn Buddy
Look after your friends' farms and grow some crops together! Or be naughty, steal their crops and ...

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

นะโม has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for นะโม

 
Dec 21 1:06 AM
 
ขอบคุณค่ะ พี่นะโม ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง ค่ะ
 
 
 
Dec 19 6:47 AM
 
ศิษย์น้องขอคาระวะพี่นะโม (เม)

แอบรักพี่ตั้ว ศรัญญู อ่ะป่ะ

เพราะว่า แม่ยกทุกคน รักศิลปินที่ตัวเอง ยก ท้างน้านนน

แต่เมื่อเป็นความสุขซะแร้ววว ก็ต้องตาม ถึงหนายย ถึงกานนน ว้อยยย
 
Dec 19 5:45 AM
 
หวัดดีค่ะ
กินข้าวหรือยัง
หลับฝันดีนค่ะ
บายจร้า
 
Dec 19 3:29 AM
 
พี่นะโมค่ะบอกแม่ซื้อขนมปัง
ไส้แฮมมาให้มุกเยอะ ๆ นะ
พุ่งนี้เพื่อนจะมาทำงานที่บ้านด้วยแหละ
บอกแม่รีีบกลับนะค่ะ



รอดูจ้าา.
 
Dec 18 8:09 PM
 
สวัสดี พี่น้อง ผู้เกี่ยวดองกันมาแต่ด้วยเหตุแห่งบุญ

ขอความดีจงเกื้อหนุน ด้วยพุทธคุณ นำทางชีวิตทุกท่าน

ให้ประสบสุขทุกเวลา อย่าล้างลาแรมไกล หมั่นแวะเวียนมาเยี่ยมกันใหม่

ขอให้ทุกท่าน โชคดี มีความสุข ทุกเวลา บุญนำพาพาลพบสิ่งดี ๆ

ขอบคุณทุกเม้นท์ ค่ะ
 
 
Dec 18 6:01 AM
 
เปงผู้หญิงเน้อ อย่าเข้าใจผิด

เราคงเพศเดียวกานใช่ป่ะ

แต่รูปเณรน้อยนี่ใครอ่ะคะ น่าฮักเนอะ อิอิๆๆ

สวดก่อนนอนทุกวันจร้า วันพระก้อจาสวด ยาวๆหน่อยแล้วแต่ความรุสึก

ฝันดีแร้วกานค่ะ บะบายน๊า
 
Dec 18 1:08 AM
 
โห..พี่นะโมนอนดึกจังค่ะ
 
Dec 17 7:34 AM
 
ฝันดีนะค่ะ
พี่นะโม *


ยังไม่ได้บอกแม่ให้เลย
มุกพึ่งกลับมาบ้านตอน 3 ทุ่มกว่าเอง
ไปทำงานมา เหนื่อยยย *
 
Dec 17 6:49 AM
 
มีความสุขเช่นกันน้าค้า^^
 
Dec 17 3:23 AM
 
วันนี้เป็งข้ายยยยยยทั้งวัน แย่มาตั้งมะวานนี้ ไอมาก หวัดมาพร้อมหน้า

ไปทำงานไม่ไหว ไปหาหมอก็ไปไม่ไหว ไกลกันเหลือเกิน

พ่งนี้ไม่รู้ไปทำงานไหวป่าว

นอนแอ้งแม้งอยู่บ้าน ไม่ได้รายงานตัวมิตรสหาย

ขออพาย ที่ไม่ได้รายงานให้ทราบ

มึนหัว เป็งข้ายยยยยเ เจ้าข้า......
 
 
Dec 16 2:54 PM
 
ไม่มีอะไรที่ดีเท่าความอดทนครับพี่
ผมว่าเดี๋ยวก็หาย ทุกอย่างเกิดขึ้น
ตั้งอยู่ ดับไป เป็นเรื่องธรรมดาครับ
 
Dec 16 2:51 PM
 
555 ดีไปหมดทุกพรรคแหละครับ
มองโลกในแง่ดีครับ แล้วพี่เป็นไงบ้างครับ
หมอว่าไงครับ
 
 
Dec 16 4:01 AM
 
ได้ค๊า พี่นะโม *
เดียวมุกจะบอกแม่ให้นะค่ะ


มุกพึ่งกลับมาจาก โรงเรียน
ทัมงานกันยุ่ ^^ แต่ว่า การแข่งขัน
ไม่ค่อยราบลื่นเท่าไหร่เลยค้: [


หายไวๆ นะค่ะ
 
Dec 16 3:58 AM
 
หวัดดีค่ะ
ชือหวานค่ะ
ยินดีที่ด้ายรู้จัดนะค่ะ
ฝันดีนะค่ะ
บายค่ะ

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks