พระเสถียร   (115 views)

What is พระเสถียร doing now?

พระเสถียร สุธีโร
More than 1 month ago  ·  Comment »

Age

39

Location

Thailand

Birthday

July 16
 
Advertisement

Info

http://sudteelouw.hi5.com - Send it to your friends

Age

39

Birthday

July 16

Location

Thailand

 

About Me

พระมหาเสถียร สุธีโร
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร(คณะ๕)
แขวงพระบรมมหาราชวัง
เขต พระนคร
กรุงเทพมหานคร
๑๐๒๐๒

Interests

พระพุทธศาสนา

Favorite Music

สวดมนต์
มหาชาติ
 

Favorite Movies

พระพุทธเจ้า
 

Favorite TV Shows

คู่มืมนุษย์
 

Favorite Books

คู่มืมนุษย์
 

Favorite Quote

สาธุ
 

hi5 Games

Play hi5 Games

พระเสถียร hasn't played any games recently.

 

Journal

View 1 Entry    Add Comment

ธรรมะ กีฬา เพลง เทศน์ หนังสือ หนัง รู้ไหมฉันชอบอะไรมากที่สุด

Applications

Browse Applications

My Music
Play, access and share your entire iTunes library any time you want and from any computer.

My Favorite Music
Add your favorite artists to your profile, show off what's playing in your media player, and liste...

PhotoBuzz
Make your friends smile! Animate their photos with Hugs, kisses, hearts and much more...

My Causes
What are you for? Add My Causes to your profile and show the world!

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

พระเสถียร has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for พระเสถียร

Nov 30 3:16 AM
 
Hi,Nice to meet u 2 ka!I'm Porn And how r u?

Have a nice Monday ka:)From: Germany ka:-)
 
Nov 23 10:20 PM
 
มนัสการ..หลวงพี่ค่ะ
สิ่งที่เปงประโยชน์ต่อมนุษย์ชน
หลักคำสอนของพระพุทธเจ้า
สามารถทำให้มวลมนุษย์ชาติพ้นทุกข์ได้
ทำมายม่ะใช้หลักคำสอนมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน..
ทำมายต้องยึดติดอารายที่ไร้สาระ
ม่ะเข้าใจค่ะ..
หลวงพี่..
-----------
อากาศเปลี่ยนรักษาสุขถาพด้วยค่ะ
หลวงพี่!!
 
Nov 19 6:15 PM
 
มนัสการ..หลวงพี่ค่ะ
ยินดีรับคำชี้แนะ
ข้อคิด
ธรรมะ
ในการดำเนินชีวิต !!
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Jul 30 6:07 AM
 
หนทางยังมีอยู่ ผู้เดินทางยังไม่ขาดสาย ลงมือเสียแต่วันนี้ ก่อนที่กระแสลมแห่งกาลเวลา จะพัดพารอยพระบาทของท่านหายไป เพราะถึงเวลานั้น พวกเราก็จะต้องระหกระเหินไร้ทิศทาง ไปอีกนานแสนนาน
 
 
Jul 17 5:38 AM
 
คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ
[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]

เห็นว่าตอนนี้ป่วยเป็นไข้หวัด 2009 กันมาก พุดเลยเอามาฝากค่า(ไปขโมยมาจากเพื่อนหมอหมีอีกที อิอิ)ดูแลสุขภาพกันด้วยนะค่า นานๆพุดจะมีสารถซะที แต่ก็แอบห่วงใยสุขภาพเพื่อนทุกคนนะค่า 

"ไข้หวัด2009 ป้องกันได้ ใส่ใจ สวมหน้ากากอนามัย กินช้อนกลาง หมั่นล้างมือ "

อาการของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มีอะไรบ้าง

อาการใกล้เคียงกับอาการโรคไข้หวัดใหญ่ที่พบตามปกติ เช่น มีไข้แบบฉับพลัน ไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส รวมทั้งมีอาการไอ คัดจมูก มีน้ำมูก ปวดศีรษะ ปวดตามข้อ หรือปวดเมื่อย ตามร่างกาย อ่อนเพลีย หรือมีอาการรุนแรง ทำให้หายใจลำบากหอบ เหนื่อย

คนติดโรคนี้ได้อย่างไรติดต่อโดยตรง

๏ จากการไอ หรือจามรดกัน ซึ่งเชื้อไว้รัสนี้มีอยู่ในเสมหะ น้ำมูก หรือ น้ำลายของผู้ป่วย
๏ การรับประทานอาหารร่วมกัน โดยไม่ใช้ช้อนกลาง ติดต่อทางอ้อม
๏ การสัมผัส เช่น ลูกบิดประตู ปุ่มกดลิฟต์ โทรศัพท์ ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ
๏ การแคะจมูก ขยี้ตา หรือสัมผัสปาก

โดยผู้ป่วยอาจเริ่มแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ 1 วันก่อนป่วย ช่วง 3 วันแรกจะแพร่เชื้อได้มากที่สุด ระยะแพร่เชื้อมักไม่เกิน 7 วัน

การป้องกันไข้หวัดใหญ่ : พฤติกรรมสุขภาพที่ดีช่วยยับยั้งการติดเชื้อ

1. ล้างมือ การล้างมือบ่อยๆจะช่วยป้องกันการติดเชื้อ
2. ปิดปาก ปิดจมูก ปิดปาก ปิดจมูกด้วยกระดาษทิชชูหรือผ้าเวลาไอหรือจาม จะช่วยป้องกันการติดเชื้อของคนรอบข้าง ถ้าหากในขณะนั้นไม่มีกระดาษทิชชูหรือผ้าอาจใช้แขนเสื้อ (ไม่ควรใช้มือ) ปิดปากหรือจมูกแทน ( ************ข้อนี้สำคัญมากๆ**********)
3. เมื่อป่วย ปิดปากปิดจมูกด้วยหน้ากากอนามัยและควรนอนพักอยู่ที่บ้าน หยุดงาน หยุดไปโรงเรียน หรือหยุดการเดินทางไปทำธุรกิจอื่นๆ หากทำได้ จะช่วยป้องกันการติดเชื้อไปยังบุคคลอื่นๆ
4.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการขยี้ตา แคะจมูก หรือสัมผัสปาก
เชื้อจะแพร่กระจายได้ เมื่อคนสัมผัสกับสิ่งที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ แล้วมาสัมผัสตา หรือจมูก หรือปากของตนเอง
5.หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดหรือสัมผัสผู้ป่วย และเมื่อเราเป็นผู้ป่วยควรอยู่ห่างผู้อื่น รวมทั้งต้องใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อสู่ผู้อื่นด้วย
6. หลีกเลี่ยง สถานที่ที่มีคนแออัดมากๆ
7. กินอาหาร กินสุก สะอาด มีประโยชน์ต่อร่างกาย และใช้ช้อนกลางเมื่อกินอาหารร่วมกัน
8. รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย ไม่เครียด ดื่มน้ำให้เพียงพอ

 
Apr 22 9:12 PM
 
มักหลายเด้อจ้า อัน ธรรมะนี่หลวงลุง มสอนอีกแน่จ้า ไกล้จะได้ไปแล้วหละจ้า
 
Apr 22 8:36 AM
 
อุ๊ งง แล้วหละจ้า อยู่ดีมีแฮงเนาะจ้าหลวงลุงจ้า
 
 
 
 
Oct 31, 2008 9:38 AM
 
ธรรมกับชีวิตประจำวัน เพื่ออุทิศบุญนี้ให้กับพ่อหลวงของเรา

มาปฏิบัติธรรมเเบบง่ายๆกันเถอะโดยไม่ต้องไปอยู่วัด แต่ให้ปฏิบัติกับการใช้ชีวิตประจำวันในทุกอิริยาบถเพื่อให้เกิดสมาธิในการเรียนหรือการทำงาน และการใช้ชีวิตอยุ่ในความถูกต้อง เป้าหมายของการปฏิบัติธรรมก็คือต้องการให้จิตเป็นธรรม หรือการรู้ชำระจิตให้สะอาด หรือต้องการให้ธรรมตั้งมั่นอยู่ในจิต จนจิตรวมตัวเป็นหนึ่งก็คือความเป็นสมาธินั้นเอง ดังนั้นจึงต้องกำเนินจิตไปตามขั้นตอนเป็นบันใด ๓ ขั้น คือการทำความเพียรชอบก่อนจนจิตมีความรู้ตัวจึงไปสู่ความมีสติชอบ คือสามารถพิจารณาทำความรู้ถอนความพอใจ หรือไม่พอใจใน กาย เวทนา จิต ธรรม ได้ และจะทำให้จิตไปสู่ในขั้นสัมมาสมาธิได้ต่อไป

เพราะฉะนั้นเราจึงจะต้องรู้ว่า อะไรคือธรรม ธรรมในพระไตรปิฎกรวบรวมไว้ได้ถึง ๘๔.๐๐๐ พระธรรมขันธ์ เมื่อย่อแล้วก็เหลือเพียง ๒ นั้นก็คือ กุศลธรรม และ อกุศลธรรม คำว่ากุศลธรรม ก็หมายถึงธรรมขาวหรือฝ่ายดี ส่วน อกุศลธรรมก็คือธรรมฝ่ายดำฝ่ายชั่ว ฝ่ายกิเลส ธรรมนี้เกิดอยู่ที่ไหน ตอบเกิดอยู่ที่จิตของเรานี้เอง และเราก็รับเอามาไว้ในจิตของเราตลอดเวลา
คนเราที่มีความทุกข์ ก็เพราะเรารับเอา อกุศลธรรม มาไว้ในจิตตลอดเวลา ไม่เคยละเคยวาง ไม่กำจัดออกไปเราจึงประสบแต่ความทุกข์ใจอยู่เสมอๆ เพราะฉะนั้นการปฏิบัติ ต้องทำบันใดขั้นที่ ๑ ก็คือต้องทำให้จิตของเราเป็นฝ่าย กุศลธรรม ไม่ใช่ให้เป็นฝ่าย อกุศลธรรม อกุศลธรรมเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ทั้งหลาย ส่วนกุศลธรรมเป็นต้นเหตุแห่งความสุขใจและความสงบใจ และเป็นยานพาหะนะนำไปสู่ความหลุดพ้น คือพระนิพพาน อกุศลธรรม คืออะไร? และเกิดได้อย่างไร?
อกุศลธรรม คืออารมณ์ หรือความรู้สึกที่มีความพอใจ หรือไม่พอใจ หรือความยินดี และยินร้าย เกิดอย่างไร คือเกิดได้ด้วยการรับรู้ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจที่คอยคิดนึกในทางไม่ดี เมื่อ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ได้สัมผัสรับรู้ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสเย็นหรือร้อนอ่อนหรือแข็ง หรือใจที่คิดนึกแล้ว ก็จะเกิดความรู้สึกขึ้นมาคือความพอใจหรือไม่พอใจ หรือความยินดี ยินร้าย นี้คือลักษณะของจิตที่เป็น อกุศลธรรม
ฉะนั้นหน้าที่เราก็คือคอยละคอยวางเฉยต่อความพอใจหรือไม่พอใจ หรือความยินดียินร้าย ต่อสัมผัส ต่าง ๆ และใจที่คอยคิดนึกด้วยการภาวนาหรือการคิดนึกอยู่ในใจเสมอๆ ว่าเราจะระวังไม่ให้จิตของเราเกิดความพอใจหรือไม่พอใจ หรือยินดียินร้าย ต่อสัมผัสอันเกิดจาก ตาได้เห็น หูได้ยิน จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้ลิ้มรส กายได้สัมผัสเย็นหรือร้อนอ่อนหรือแข็ง และใจที่คอยจะคิดนึกถึงเรื่องราวในอดีต อกุศล เป็นต้นเหตุแห่งความไม่สงบเพราะมันคือตัวกิเลส และตัวความยึดมั่นถือมั่น ถ้าไม่ละก็จะเกิดเป็นอนุสัยกิเลสนอนเนื่องอยู่ในใจ
เพราะฉะนั้นการปฏิบัติธรรมก็เพื่อกำจัดกิเลสให้ออกไปจากจิตจากใจ การปฏิบัติธรรมแบบนี้สามารถกระทำได้ในทุกอิริยาบถ มียืนเดินนั่งนอนดื่มกินทำพูดคิดแม้กระทั่งอุจจาระ หรือปัสสาวะ ไม่มีสถานที่ ไม่มีกาล ไม่มีเวลา สิ่งที่ควรรู้อีกอย่างคือ ชีวิตทุกชีวิตที่เกิดมาในโลกนี้ล้วนมีวิบากอันเป็นผลของกรรมดี หรือกรรมชั่วที่เคยทำไว้ในอดีตชาติก็ดี หรือปัจจุบันชาติก็ดีคอยจัดให้เป็นไปต่างๆนาๆ วิบากนี้แหละคือกฎของธรรมชาติ ชีวิตที่ต้องประสบเคราะห์กรรมทั้งดีและร้าย การปฏิบัติธรรมจะช่วยให้จิตของเราไม่หลงยินดี หรือยินร้าย จนเป็นเหตุให้ทุกข์ ก็เพราะเราเข้าใจในความเป็นไปในผลของวิบากกรรมที่ได้รับอยู่และเป็นการรู้เหตุและผล ว่าอดีตเหตุปัจจุบันผล ปัจจุบันเหตุอนาคตผล จิตของเราจะไม่ยินดีหรือยินร้าย ต่อสิ่งทั้งหลาย เพียงสักแต่ว่ารู้ เพียงแต่รับรู้แต่ไม่รับรส จิตของเราก็จะเข้าสู่ความสงบได้โดยง่าย นี่แหละคือก้าวแรกสู่การรู้ตัว
ก้าวต่อไปเป็นบันใดขั้นที่ ๒ คือเราสามารถเกิดความรู้ตัวสติ คือรู้ทางกายก็สามารถถอดถอนความพอใจ หรือไม่พอใจออกเสียได้ รู้ทางเวทนา ก็ถอดถอนความพอใจ หรือไม่พอใจออกเสียได้ รู้ทางจิตก็ถอดถอนความพอใจ หรือไม่พอใจออกเสียได้ และรู้ทางธรรมอันเป็นสภาวจิตชั้นสูงก็สามารถถอดถอนความพอใจ หรือไม่พอใจออกเสียได้

เมื่อถึงเวลาจะนั่งสมาธิซึ่งเป็นการปฏิบัติในขั้นที่ ๓ ก็เพียงคอยตามดูจิตอย่าให้หลงมาร ลักษณะมารมี ๕ อย่างคือ ๑ ขันธ์มาร คือการทำร่างกายไม่พร้อมก็เป็นมาร ๒ กิเลสมาร คือการทำจิตไม่ดีพร้อมคือไม่สังวรอินทรีย์ให้ดีพอก็เป็นมาร ๓ อภิสังขารมารคือมารที่จะมาคอยหลอกให้เราคิดที่จะอยากทำสิ่งต่างๆอยากมีอยากเป็นต่างๆ ๔ มัจจุมาร คือความตายที่จะมาพรากชีวิตของเราเสียก่อนที่จะปฏิบัติให้สำเร็จ และ ๕ คือ เทวปุตมาร คือมารที่จะคอยเอาเรื่องความสุขต่างๆในอดีตมาหรอกให้เราหลง เพราะมารจะคอยขัดขวางไม่ให้จิตสงบโดยจะเอาภาพ และเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตมาทำให้หลง จะยกตัวอย่างตอนที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ธรรม มารได้ยกเสนามารมาขัดขวางไม่ให้บรรลุธรรม ฉะนั้นเมื่อเราจะนั่งสมาธิพึงรู้กิจที่จะต้องทำคือคอยตามดูมาร เมื่อมารเอาอะไรมาให้รู้ก็ให้รู้ทันมาร และบอกกับมารว่าเรารู้แล้วมารไม่ต้องมาอีก ทำเหมือนกับที่พระพุทธเจ้าทำเมื่อรู้ทันมารพระพุทธเจ้าจะขับไล่มารไปทุกครั้ง อย่าได้เพียรเพ่งดูจิตเฉย ๆ เพราะจะเป็นโมหะหรือความหลงได้ แต่เพียรรู้จิตตามความเป็นจริงโดยไม่ยินดียินร้าย คอยรู้ให้ทันแล้วถอนความพอใจหรือไม่พอใจออกเสียได้ จึงจะเป็นการเจริญสติอย่างถูกต้อง จิตจะเข้าสู่ความเป็นสัมมาสมาธิโดยสงัดแล้วจากกิเลสกามทั้งหลาย สงัดแล้วจากอกุศลธรรมทั้งหลาย
ผู้ใดเข้าถึงกุศลธรรมจนเป็นเอกัคคตาจิต คือจิตมีอารมณ์หนึ่งเดียวเป็นธรรมตั้งมั่นเป็นหนึ่งเดียว ก็จะเข้าใจในคำที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า "ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นเราพระตถาคต"
เรามาปฏิบัติธรรมกันเทิดเพื่อสันติสุขอันแท้จริง
-----------------------------------------------------------------------------------------------

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks