ความทุกข์อยู่ไหน    (41 views)

 

What is ความทุกข์อยู่ไหน doing now?

สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ
More than 1 month ago  ·  Comment »

Location

Thailand

Birthday

October 3
 
Advertisement

Info

http://varitnun46.hi5.com - Send it to your friends

Birthday

October 3

Location

Thailand

Languages

Thai
 

About Me

ขุมทรัพย์ทางปัญญา คือการศึกษาพระธรรม

Interests

ดวงใจของทุกคนคือ...พ่อแม่
คำว่า "พ่อ...แม่" เป็นพระพรหมของลูก
คำว่า "พ่อ...แม่" เป็นครูอาจารย์คนแรกของลูก
คำว่า "พ่อ...แม่" เป็นพระผู้วิเศษของลูก
คำว่า "พ่อ...แม่" เป็นเทวดาที่รักษาชีวิตของลูก
คำว่า "พ่อ...แม่" เป็นคำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
คำว่า "พ่อ...แม่" เป็นคำที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลก
คำว่า "พ่อ...แม่" เป็นคำที่ไพเราะที่สุดในโลก
แม่...เป็นธนาคารของลูก
แม่...เป็นนางพยาบาลของลูก
แม่...เป็นจราจรของลูก
แม่...เป็นองครักษ์ของลูก
แม่...เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูก
แม่...เป็นมิตรที่แสนดีของลูก
บิดา คือผู้สร้างชีวิต
มารดา คือผู้ให้เลือดเนื้อจิตวิญญาณ เลี้ยงดูให้เจริญวัย
บุตร คือผู้ยกพ่อแม่ขึ้นจากขุมนรก ก็คือผู้ทำให้พ่อ แม่
อุ่นใจ สบายใจตลอดเวลา
"ศิษย์จะดีมีพ่อแม่ดูแลสม ช่วยอบรมบ่มนิสัยใฝ่ประสาน
มีครูช่วยให้ศึกษาวิชาการ เสริมการงานอาชีพประทีปธรรม"

Favorite Music

เสียงสวดมนต์เช้า และสวดมนต์เย็น
เสียงธรรมจากพระอาจารย์ต่างๆ
 

Favorite Movies

DHAMMA CINIMA
 

Favorite TV Shows

ดูได้ทุกรายการที่มีสาระประโยชน์
 

Favorite Books

พระไตรปิฎก
เคล็ดลับของความดับทุกข์ ปัญญานันทภิกขุ
และทุกเล่มที่มีแก่นธรรม
 

Favorite Quote

"สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ
การให้ธรรม ชนะการให้ทั้งปวง "
 

hi5 Games

Play hi5 Games

ความทุกข์อยู่ไหน hasn't played any games recently.

 

Journal

View 1 Entry    Add Comment

    บิดามารดาคือดาราประจำใจในวัยเด็ก
ครูอาจารย์คือดาราประจำใจในวัยเรียน
อริยะปราชญ์เมธีคือดาราประจำใจในวัยผู้ใหญ่
พระพุทธเจ้าคือดาราประจำใจของเหล่าเวไนยชน
     กตัญญูรู้คุณท่านสำคัญนัก   
     นี้เป็นหลักของคนดีมีครบถ้วน
     ตอบแทนท่านให้งดงามตามสมควร
     คนดีล้วนยึดมั่นกตัญญูรู้แทนคุณ
          พ่อแม่หวังพึ่งพาเจ้า
      ครูนั้นเล่าฝันให้เจ้าสร้างชื่อ
      ประเทศชาติหวังกำลังฝีมือ
      เธอคือความหวังทั้งมวล.....

Applications

Browse Applications

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins

ความทุกข์อยู่ไหน has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for ความทุกข์อยู่ไหน

Jun 3 7:27 PM
 
โปรแกรม บรรยายธรรมที่ ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
๕๘/๘ หมู่ ๗ ซ.เพชรเกษม ๕๔ แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ๑๐๑๖๐
โทรศัพท์ ๐-๒๘๐๕-๐๗๙๐-๔ โทรสาร ๐-๒๔๑๓-๓๑๓๑
อีเมล์ ybatoffice@ybat.org
ท่านปราโมทย์ ปาโมชฺโช จะมาบรรยายที่ยุวพุทธ วันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค.
ท่านคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล วันอาทิตย์ที่ 22 พ.ย. เวลาบ่ายโมง
สนใจเชิญฟังฟรี มีอาหารว่างและเครื่องดื่มบริการ นั่งฟังห้องแอร์สวยหรู สัปปายะมั่กๆๆ
และเดือนนี้ วันที่ 21 มิ.ย. มีท่านอำนาจ โอภาโส มาบรรยายจ้า ช่วยบอกต่อด้วย จ้าาา....
 
May 14 5:48 PM
 
นั่งเรือน้อย ฝ่ามรสใหญ่กว้างใหญ่ยืดยาวไม่ยอมเลิกรา
หากแต่รู้ฝั่งแล้ว ไม่ทิ้งทางตรง
 
Feb 6 4:19 AM
 
มาสร้างบุญบารมีกันเถอะ

๑. นั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ15นาที(หรือเดินจงกรมก็ได้)อานิสงส์
เพื่อสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดขึ้นทั้งภพนี้และภพหน้า เพื่อจิตใจที่สว่างผ่อนปรนจากกิเลส ปล่อยวางได้ง่ายจิตจะรู้วิธีแก้ปัญหาชีวิตโดยอัตโนมัติ ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองไม่มีวันอับจน ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพกายและจิตแข็งแรง
เจ้ากรรมนายเวร และญาติมิตรที่ล่วงลับจะได้บุญกุศล
๒. สวดมนต์ด้วยพระคาถาต่างๆอย่างน้อยวันละครั้งก่อนนอนอานิสงส์
เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ชีวิตหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า เงินทองไหลมาเทมาแคล้วคลาด จากอุปสรรคทั้งปวง จิตจะเป็นสมาธิได้เร็ว แนะนำ พระคาถาพาหุงฯ,พระคาถาชินบัญชร, พระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นต้นเมื่อสวดเสร็จต้องแผ่เมตตาทุกครั้ง
๓. ถวายยารักษาโรคให้วัด,ออกเงินค่ารักษาให้พระตามโรงพยาบาลสงฆ์อานิสงส์
ก่อให้เกิดสุขภาพร่มเย็นทั้งครอบครัว โรคที่ไม่หายจะทุเลา สุขภาพกายจิตแข็งแรง อายุยืนทั้งภพนี้ และภพหน้า ถ้าป่วยก็จะไม่ขาดแคลนการรักษา
๔. ทำบุญตักบาตรทุกเช้าอานิสงส์
ได้ช่วยเหลือศาสนาต่อไปทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ขาดแคลนอาหาร ตายไปไม่หิวโหย อยู่ในภพที่ไม่ ขาดแคลน ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์
๕. ทำหนังสือหรือสื่อต่างๆเกี่ยวกับธรรมะแจกฟรีแก่ผู้คนเป็นธรรมทาน อานิสงส์
เพราะธรรมทานชนะการให้ทานทั้งปวง ผู้ให้ธรรมจึงสว่างไปด้วยลาภยศสรรเสริญ ปัญญาและ
บุญบารมีอย่างท่วมท้น เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้ ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองอย่างไม่คาดฝัน
๖. สร้างพระถวายวัดอานิสงส์
ผ่อนปรนหนี้กรรมให้บางเบาให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง แคล้วคลาดจากอุปสรรค ทั้งปวง ครอบครัวเป็นสุข ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนาตลอดไป
๗. แบ่งเวลาชีวิตไปบวชชีพราหมณ์หรือบวชพระอย่างน้อย 9 วันขึ้นไปอานิสงส์
ได้ตอบแทนคุณพ่อแม่อย่างเต็มที่ ผ่อนปรนหนี้กรรมอุทิศผลบุญให้ญาติมิตรและเจ้ากรรมนายเวรสร้างปัจจัยไปสู่นิพพานในภพต่อๆไป ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนาจิตเป็นกุศล
๘. บริจาคเลือดหรือร่างกายอานิสงส์
ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพแข็งแรงช่วยต่ออายุต่อไปจะมีผู้คอยช่วยเหลือไม่ให้ตกทุกข์ได้ยากเทพยดาปกปักรักษา ได้เกิดมามีร่างกายที่งดงามในภพหน้า ส่วนภพนี้ก็จะมีราศีผุดผ่อง
๙. ปล่อยปลาที่ซื้อมาจากตลาดรวมทั้งปล่อยสัตว์ไถ่ชีวิตสัตว์ต่าง ๆ อานิสงส์
ช่วยต่ออายุ ขจัดอุปสรรคในชีวิต ชดใช้หนี้กรรมให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยกินเข้าไป
ให้ทำมาค้าขึ้น หน้าที่การงานคล่องตัวไม่ติดขัด ชีวิตที่ผิดหวังจะค่อยๆฟื้นคืนสภาพที่สดใสเป็นอิสระ
๑๐. ให้ทุนการศึกษา,บริจาคหนังสือหรือสื่อการเรียนต่าง ๆ ,อาสาสอนหนังสือ อานิสงส์
ทำให้มีสติปัญญาดีในภพต่อๆไปจะฉลาดเฉลียวมีปัญญาได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างรอบรู้สติปัญญาสมบูรณ์พร้อม
๑๑.ให้เงินขอทาน, ให้เงินคนที่เดือดร้อน(ไม่ใช่การให้ยืม)อานิสงส์
ทำให้เกิดลาภไม่ขาดสายทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ตกทุกข์ได้ยากเกิดมาชาติหน้าจะร่ำรวยและไม่มี หนี้สิน
ความยากจนในชาตินี้จะทุเลาลงจะได้เงินทองกลับมาอย่างไม่คาดฝัน
๑๒.รักษาศีล ๕ หรือศีล ๘อานิสงส์
ไม่ต้องไปเกิดเป็นเปรตหรือสัตว์นรก ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐครบบริบูรณ์ ชีวิตเจริญรุ่งเรือง กรรมเวรจะไม่ถาโถม ภัยอันตรายไม่ย่างกราย เทวดานางฟ้าปกปักรักษา
อยากทราบเพิ่มไปอ่านต่อในโปรไฟล์ของผมนะคับ
 
 
Dec 20, 2008 10:24 PM
 
๑. นั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ15นาที(หรือเดินจงกรมก็ได้)อานิสงส์
เพื่อสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดขึ้นทั้งภพนี้และภพหน้า เพื่อจิตใจที่สว่างผ่อนปรนจากกิเลส ปล่อยวางได้ง่ายจิตจะรู้วิธีแก้ปัญหาชีวิตโดยอัตโนมัติ ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองไม่มีวันอับจน ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพกายและจิตแข็งแรง
เจ้ากรรมนายเวร และญาติมิตรที่ล่วงลับจะได้บุญกุศล
๒. สวดมนต์ด้วยพระคาถาต่างๆอย่างน้อยวันละครั้งก่อนนอนอานิสงส์
เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ชีวิตหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า เงินทองไหลมาเทมาแคล้วคลาด จากอุปสรรคทั้งปวง จิตจะเป็นสมาธิได้เร็ว แนะนำ พระคาถาพาหุงฯ,พระคาถาชินบัญชร, พระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นต้นเมื่อสวดเสร็จต้องแผ่เมตตาทุกครั้ง
๓. ถวายยารักษาโรคให้วัด,ออกเงินค่ารักษาให้พระตามโรงพยาบาลสงฆ์อานิสงส์
ก่อให้เกิดสุขภาพร่มเย็นทั้งครอบครัว โรคที่ไม่หายจะทุเลา สุขภาพกายจิตแข็งแรง อายุยืนทั้งภพนี้ และภพหน้า ถ้าป่วยก็จะไม่ขาดแคลนการรักษา
๔. ทำบุญตักบาตรทุกเช้าอานิสงส์
ได้ช่วยเหลือศาสนาต่อไปทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ขาดแคลนอาหาร ตายไปไม่หิวโหย อยู่ในภพที่ไม่ ขาดแคลน ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์
๕. ทำหนังสือหรือสื่อต่างๆเกี่ยวกับธรรมะแจกฟรีแก่ผู้คนเป็นธรรมทาน อานิสงส์
เพราะธรรมทานชนะการให้ทานทั้งปวง ผู้ให้ธรรมจึงสว่างไปด้วยลาภยศสรรเสริญ ปัญญาและ
บุญบารมีอย่างท่วมท้น เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้ ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองอย่างไม่คาดฝัน
๖. สร้างพระถวายวัดอานิสงส์
ผ่อนปรนหนี้กรรมให้บางเบาให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง แคล้วคลาดจากอุปสรรค ทั้งปวง ครอบครัวเป็นสุข ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนาตลอดไป
๗. แบ่งเวลาชีวิตไปบวชชีพราหมณ์หรือบวชพระอย่างน้อย 9 วันขึ้นไปอานิสงส์
ได้ตอบแทนคุณพ่อแม่อย่างเต็มที่ ผ่อนปรนหนี้กรรมอุทิศผลบุญให้ญาติมิตรและเจ้ากรรมนายเวรสร้างปัจจัยไปสู่นิพพานในภพต่อๆไป ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนาจิตเป็นกุศล
๘. บริจาคเลือดหรือร่างกายอานิสงส์
ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพแข็งแรงช่วยต่ออายุต่อไปจะมีผู้คอยช่วยเหลือไม่ให้ตกทุกข์ได้ยากเทพยดาปกปักรักษา ได้เกิดมามีร่างกายที่งดงามในภพหน้า ส่วนภพนี้ก็จะมีราศีผุดผ่อง
๙. ปล่อยปลาที่ซื้อมาจากตลาดรวมทั้งปล่อยสัตว์ไถ่ชีวิตสัตว์ต่าง ๆ อานิสงส์
ช่วยต่ออายุ ขจัดอุปสรรคในชีวิต ชดใช้หนี้กรรมให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยกินเข้าไป
ให้ทำมาค้าขึ้น หน้าที่การงานคล่องตัวไม่ติดขัด ชีวิตที่ผิดหวังจะค่อยๆฟื้นคืนสภาพที่สดใสเป็นอิสระ
๑๐. ให้ทุนการศึกษา,บริจาคหนังสือหรือสื่อการเรียนต่าง ๆ ,อาสาสอนหนังสือ อานิสงส์
ทำให้มีสติปัญญาดีในภพต่อๆไปจะฉลาดเฉลียวมีปัญญาได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างรอบรู้สติปัญญาสมบูรณ์พร้อม
๑๑.ให้เงินขอทาน, ให้เงินคนที่เดือดร้อน(ไม่ใช่การให้ยืม)อานิสงส์
ทำให้เกิดลาภไม่ขาดสายทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ตกทุกข์ได้ยากเกิดมาชาติหน้าจะร่ำรวยและไม่มี หนี้สิน
ความยากจนในชาตินี้จะทุเลาลงจะได้เงินทองกลับมาอย่างไม่คาดฝัน
๑๒.รักษาศีล ๕ หรือศีล ๘อานิสงส์
ไม่ต้องไปเกิดเป็นเปรตหรือสัตว์นรก ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐครบบริบูรณ์ ชีวิตเจริญรุ่งเรือง กรรมเวรจะไม่ถาโถม ภัยอันตรายไม่ย่างกราย เทวดานางฟ้าปกปักรักษา
 
Oct 31, 2008 9:17 AM
 
ธรรมกับชีวิตประจำวัน เพื่ออุทิศบุญนี้ให้กับพ่อหลวงของเรา

มาปฏิบัติธรรมเเบบง่ายๆกันเถอะโดยไม่ต้องไปอยู่วัด แต่ให้ปฏิบัติกับการใช้ชีวิตประจำวันในทุกอิริยาบถเพื่อให้เกิดสมาธิในการเรียนหรือการทำงาน และการใช้ชีวิตอยุ่ในความถูกต้อง เป้าหมายของการปฏิบัติธรรมก็คือต้องการให้จิตเป็นธรรม หรือการรู้ชำระจิตให้สะอาด หรือต้องการให้ธรรมตั้งมั่นอยู่ในจิต จนจิตรวมตัวเป็นหนึ่งก็คือความเป็นสมาธินั้นเอง ดังนั้นจึงต้องกำเนินจิตไปตามขั้นตอนเป็นบันใด ๓ ขั้น คือการทำความเพียรชอบก่อนจนจิตมีความรู้ตัวจึงไปสู่ความมีสติชอบ คือสามารถพิจารณาทำความรู้ถอนความพอใจ หรือไม่พอใจใน กาย เวทนา จิต ธรรม ได้ และจะทำให้จิตไปสู่ในขั้นสัมมาสมาธิได้ต่อไป

เพราะฉะนั้นเราจึงจะต้องรู้ว่า อะไรคือธรรม ธรรมในพระไตรปิฎกรวบรวมไว้ได้ถึง ๘๔.๐๐๐ พระธรรมขันธ์ เมื่อย่อแล้วก็เหลือเพียง ๒ นั้นก็คือ กุศลธรรม และ อกุศลธรรม คำว่ากุศลธรรม ก็หมายถึงธรรมขาวหรือฝ่ายดี ส่วน อกุศลธรรมก็คือธรรมฝ่ายดำฝ่ายชั่ว ฝ่ายกิเลส ธรรมนี้เกิดอยู่ที่ไหน ตอบเกิดอยู่ที่จิตของเรานี้เอง และเราก็รับเอามาไว้ในจิตของเราตลอดเวลา
คนเราที่มีความทุกข์ ก็เพราะเรารับเอา อกุศลธรรม มาไว้ในจิตตลอดเวลา ไม่เคยละเคยวาง ไม่กำจัดออกไปเราจึงประสบแต่ความทุกข์ใจอยู่เสมอๆ เพราะฉะนั้นการปฏิบัติ ต้องทำบันใดขั้นที่ ๑ ก็คือต้องทำให้จิตของเราเป็นฝ่าย กุศลธรรม ไม่ใช่ให้เป็นฝ่าย อกุศลธรรม อกุศลธรรมเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ทั้งหลาย ส่วนกุศลธรรมเป็นต้นเหตุแห่งความสุขใจและความสงบใจ และเป็นยานพาหะนะนำไปสู่ความหลุดพ้น คือพระนิพพาน อกุศลธรรม คืออะไร? และเกิดได้อย่างไร?
อกุศลธรรม คืออารมณ์ หรือความรู้สึกที่มีความพอใจ หรือไม่พอใจ หรือความยินดี และยินร้าย เกิดอย่างไร คือเกิดได้ด้วยการรับรู้ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจที่คอยคิดนึกในทางไม่ดี เมื่อ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ได้สัมผัสรับรู้ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสเย็นหรือร้อนอ่อนหรือแข็ง หรือใจที่คิดนึกแล้ว ก็จะเกิดความรู้สึกขึ้นมาคือความพอใจหรือไม่พอใจ หรือความยินดี ยินร้าย นี้คือลักษณะของจิตที่เป็น อกุศลธรรม
ฉะนั้นหน้าที่เราก็คือคอยละคอยวางเฉยต่อความพอใจหรือไม่พอใจ หรือความยินดียินร้าย ต่อสัมผัส ต่าง ๆ และใจที่คอยคิดนึกด้วยการภาวนาหรือการคิดนึกอยู่ในใจเสมอๆ ว่าเราจะระวังไม่ให้จิตของเราเกิดความพอใจหรือไม่พอใจ หรือยินดียินร้าย ต่อสัมผัสอันเกิดจาก ตาได้เห็น หูได้ยิน จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้ลิ้มรส กายได้สัมผัสเย็นหรือร้อนอ่อนหรือแข็ง และใจที่คอยจะคิดนึกถึงเรื่องราวในอดีต อกุศล เป็นต้นเหตุแห่งความไม่สงบเพราะมันคือตัวกิเลส และตัวความยึดมั่นถือมั่น ถ้าไม่ละก็จะเกิดเป็นอนุสัยกิเลสนอนเนื่องอยู่ในใจ
เพราะฉะนั้นการปฏิบัติธรรมก็เพื่อกำจัดกิเลสให้ออกไปจากจิตจากใจ การปฏิบัติธรรมแบบนี้สามารถกระทำได้ในทุกอิริยาบถ มียืนเดินนั่งนอนดื่มกินทำพูดคิดแม้กระทั่งอุจจาระ หรือปัสสาวะ ไม่มีสถานที่ ไม่มีกาล ไม่มีเวลา สิ่งที่ควรรู้อีกอย่างคือ ชีวิตทุกชีวิตที่เกิดมาในโลกนี้ล้วนมีวิบากอันเป็นผลของกรรมดี หรือกรรมชั่วที่เคยทำไว้ในอดีตชาติก็ดี หรือปัจจุบันชาติก็ดีคอยจัดให้เป็นไปต่างๆนาๆ วิบากนี้แหละคือกฎของธรรมชาติ ชีวิตที่ต้องประสบเคราะห์กรรมทั้งดีและร้าย การปฏิบัติธรรมจะช่วยให้จิตของเราไม่หลงยินดี หรือยินร้าย จนเป็นเหตุให้ทุกข์ ก็เพราะเราเข้าใจในความเป็นไปในผลของวิบากกรรมที่ได้รับอยู่และเป็นการรู้เหตุและผล ว่าอดีตเหตุปัจจุบันผล ปัจจุบันเหตุอนาคตผล จิตของเราจะไม่ยินดีหรือยินร้าย ต่อสิ่งทั้งหลาย เพียงสักแต่ว่ารู้ เพียงแต่รับรู้แต่ไม่รับรส จิตของเราก็จะเข้าสู่ความสงบได้โดยง่าย นี่แหละคือก้าวแรกสู่การรู้ตัว
ก้าวต่อไปเป็นบันใดขั้นที่ ๒ คือเราสามารถเกิดความรู้ตัวสติ คือรู้ทางกายก็สามารถถอดถอนความพอใจ หรือไม่พอใจออกเสียได้ รู้ทางเวทนา ก็ถอดถอนความพอใจ หรือไม่พอใจออกเสียได้ รู้ทางจิตก็ถอดถอนความพอใจ หรือไม่พอใจออกเสียได้ และรู้ทางธรรมอันเป็นสภาวจิตชั้นสูงก็สามารถถอดถอนความพอใจ หรือไม่พอใจออกเสียได้

เมื่อถึงเวลาจะนั่งสมาธิซึ่งเป็นการปฏิบัติในขั้นที่ ๓ ก็เพียงคอยตามดูจิตอย่าให้หลงมาร ลักษณะมารมี ๕ อย่างคือ ๑ ขันธ์มาร คือการทำร่างกายไม่พร้อมก็เป็นมาร ๒ กิเลสมาร คือการทำจิตไม่ดีพร้อมคือไม่สังวรอินทรีย์ให้ดีพอก็เป็นมาร ๓ อภิสังขารมารคือมารที่จะมาคอยหลอกให้เราคิดที่จะอยากทำสิ่งต่างๆอยากมีอยากเป็นต่างๆ ๔ มัจจุมาร คือความตายที่จะมาพรากชีวิตของเราเสียก่อนที่จะปฏิบัติให้สำเร็จ และ ๕ คือ เทวปุตมาร คือมารที่จะคอยเอาเรื่องความสุขต่างๆในอดีตมาหรอกให้เราหลง เพราะมารจะคอยขัดขวางไม่ให้จิตสงบโดยจะเอาภาพ และเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตมาทำให้หลง จะยกตัวอย่างตอนที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ธรรม มารได้ยกเสนามารมาขัดขวางไม่ให้บรรลุธรรม ฉะนั้นเมื่อเราจะนั่งสมาธิพึงรู้กิจที่จะต้องทำคือคอยตามดูมาร เมื่อมารเอาอะไรมาให้รู้ก็ให้รู้ทันมาร และบอกกับมารว่าเรารู้แล้วมารไม่ต้องมาอีก ทำเหมือนกับที่พระพุทธเจ้าทำเมื่อรู้ทันมารพระพุทธเจ้าจะขับไล่มารไปทุกครั้ง อย่าได้เพียรเพ่งดูจิตเฉย ๆ เพราะจะเป็นโมหะหรือความหลงได้ แต่เพียรรู้จิตตามความเป็นจริงโดยไม่ยินดียินร้าย คอยรู้ให้ทันแล้วถอนความพอใจหรือไม่พอใจออกเสียได้ จึงจะเป็นการเจริญสติอย่างถูกต้อง จิตจะเข้าสู่ความเป็นสัมมาสมาธิโดยสงัดแล้วจากกิเลสกามทั้งหลาย สงัดแล้วจากอกุศลธรรมทั้งหลาย
ผู้ใดเข้าถึงกุศลธรรมจนเป็นเอกัคคตาจิต คือจิตมีอารมณ์หนึ่งเดียวเป็นธรรมตั้งมั่นเป็นหนึ่งเดียว ก็จะเข้าใจในคำที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า "ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นเราพระตถาคต"
เรามาปฏิบัติธรรมกันเทิดเพื่อสันติสุขอันแท้จริง
-----------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
Oct 2, 2008 10:15 PM
nuy says:
 
สุขสันต์วันเกิดจ้า
ขอหั้ยโชคดี ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่จนน๊ะ
 
Oct 2, 2008 7:57 PM
 
สุขสันต์วันเกิดนะคะ
ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะคะ
 
Oct 2, 2008 5:13 AM
J says:
 
หลักธรรมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข


สาเหตุที่สถาบันครอบครัวมีปัญหาแตกแยกหย่าร้างสูง เนื่องมาจากขาดคุณสมบัติหลักๆ 4 ข้อด้วยกัน


1. ขาดความซื่อสัตย์ จริงใจต่อกัน ในช่วงแรกรักต่างก็รักและภักดีต่อกัน พอมาเป็นสถาบันครอบครัว ความรักนั้นจืดจางลงไปตามวันเวลา ต่างฝ่ายต่างมีเรื่องซ่อนเร้นระหว่างกัน แทนที่จะรักเดียวใจเดียว ก็เป็นรักคนเดียว แต่ว่ามีคนอื่นสำรองเอาไว้ มนุษย์เรานั้นทันทีที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อกันเค้าลางแห่งความหายนะมันก็เริ่มต้นแล้ว


2. ขาดความอดทนที่จะร่วมสุขร่วมทุกข์ด้วยกัน พอแต่งงานอยู่กินด้วยกัน แล้วมีปัญหาชีวิตคู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดจากสาเหตุใดก็ตาม อยู่ร่วมกันแล้วมีแต่ความทุกข์ มีแต่ปัญหา มีแต่ความยุ่งเหยิงวุ่นวายใจ ซึ่งในขณะที่ใช้ชีวิตโสดไม่เป็นอย่างนั้นก็เริ่มรับไม่ได้ พอรับไม่ได้ แล้วสั่งสมหมักหมมมากเข้า ก็เกินขีดอดทน สุดท้ายก็เลิกร้างห่างเหินกันไป ต่างคนต่างไปทางใครทางมัน


3. ขาดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เมื่ออยู่ด้วยกันแล้วพอมีปัญหาแทนที่จะยืดหยุ่น แทนที่จะมีการปรับตัว แทนที่จะมีการให้โอกาส ต่างฝ่ายต่างก็ถือเอาอัตตาหรือตัวตนของตัวเองเป็นใหญ่ ไม่ยอมเรียนรู้ไม่ยอมฟังกัน เมื่อไม่ยอมยืดหยุ่น ต่างคนก็ต้องต่างไป ทางใครทางมันเช่นเดียวกัน


4. ขาดการเข้าใจในการสื่อสารระหว่างกันและกัน เมื่อปัญหา ไม่ยอมเจรจาสันติภาพ ใช้วิธีนิ่ง ใช้วิธีนินทา ใช้วิธีสร้างโลกของตัวเองซ้อนขึ้นมาในโลกของครอบครัว เมื่อไม่สื่อสารกัน ปัญหาก็ยังคงเป็นปัญหา สุดท้ายเมื่อเหตุการณ์รุนแรงถึงที่สุด ก็ต้องเลิกรากันไป หลายคนที่เลิกร้างกันไป ไม่ใช่หมายความว่าไม่รักกัน แต่ขาดการเจรจาหรือขาดการสื่อสารที่ดีระหว่างกัน
 
 
Oct 2, 2008 2:29 AM
 
สุขสันต์วันเกิดจ้า ขอให้สุขสมหวังทุกอย่างจ่ะ
 
 
Aug 23, 2008 2:14 AM
 
ช่วงนี้ก็เหนื่อยกายนะค่ะ พยายามไม่ให้กายที่เหนื่อย
มารบกวนจิตใจค่ะ
 
Aug 18, 2008 7:54 AM
 
สวัสดีค่ะ แวะมาเยี่ยมเยียน สบายดีน่ะค่ะ
 
Aug 3, 2008 10:36 AM
 
ขอบคุณค่ะที่แอดมา ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
 
 

Title
body